
ตอนแรกเมื่อผมไปเลือกแก้วสำหรับใช้บ้านที่ร้านเครื่องครัว ผมงงตรง "คริสตัลไร้สารตะกั่ว" เลย ราคาแพงกว่าแก้วธรรมดา (โซดาไลม์) เกือบสองเท่า แต่ดูเหมือนเหมือนกัน คิดว่า "มันมีอะไรต่างกันจริง ๆ หรือ" เลยลองสืบค้นและใช้ทั้งสองแบบเพื่อดูความแตกต่าง
ความแตกต่างที่จับต้องได้จริง ๆ
ความใสและวาว: นี่คือที่ที่สังเกตเห็นชัดที่สุด แก้วคริสตัลไร้สารตะกั่วมีดัชนีการหักเหของแสง (refractive index) ประมาณ 1.54-1.60 ส่วนแก้วโซดาไลม์อยู่ที่ประมาณ 1.52 ผลคือแสงสะท้อนกลับมากขึ้น ถ้าคุณเทน้ำหรือไวน์ลงไปเทียบกัน แก้วคริสตัลจะวาวกระพริบมากกว่า ถ้าโต๊ะอาหารมีแสง ความต่างนี้ชัดได้
น้ำหนักและสัมผัส: แก้วคริสตัลรู้สึกหนักกว่าและเนียนกว่า มือเอาแล้วรู้ได้ว่าไม่ใช่แก้วธรรมดา เหตุเพราะว่าส่วนผสมของแร่ธาตุทำให้ความหนาแน่นต่างกัน แก้วคริสตัลรู้สึกมี "น้ำหนักตัว" ที่ให้ความรู้สึกมีคุณค่า ถ้าเอาไปเลี้ยงแขกหรือเอาเข้าห้องครัวใหญ่ คนอื่นจะสังเกตเห็น
เรื่องของความทนทาน
ส่วนนี้สำคัญสำหรับใช้ในบ้านจริง ๆ แก้วคริสตัลไร้สารตะกั่วนั้น กระแทกแตกได้ง่ายกว่า แก้วโซดาไลม์ ความแข็งของแก้วคริสตัลน้อยกว่า (โมส์ความแข็ง 5.5-6) เทียบกับโซดาไลม์ (6.5-7) นั่นหมายว่าถ้าคุณมีเด็กหรือคนในบ้านหลายคน การแตกหักจะเกิดขึ้นง่ายกว่า และเมื่อแตก มันแตกเป็นชิ้นเล็กรูปแปลกไม่ดีเท่า
อีกอย่าง แก้วคริสตัลไม่ควรใส่เครื่องล้างจานแบบเก่า เพราะอาบน้ำร้อนบ่อย ๆ แล้วอาจทำให้เกิดลายขุ่นตามหนาของแก้วได้ ผมทดลองเอาแก้วคริสตัลของผมใส่เครื่องล้างจาน 5-6 ครั้ง เห็นลายขุ่นเริ่มมี และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ตัดสินใจอย่างไร
เลือกแก้วคริสตัลไร้สารตะกั่วถ้า: คุณเน้นใช้งานพิเศษ เช่น เลี้ยงแขก โต๊ะอาหารประจำ หรือเก็บไว้ดูเป็นหลัก ราคาสูงแต่ความสวยงามและความรู้สึกจะจ่ายค่า
เลือกแก้วโซดาไลม์ถ้า: คุณอยากใช้จริง ๆ ทุกวัน ไม่กลัวแตกหัก ใส่เครื่องล้างจานได้ไม่ต้องวิตกกังวล คุ้มค่าต่อการใช้งานมากกว่า
ผมสรุปคือ คุณไม่ได้ต้องเลือกแบบ "ต้องแพง = ต้องดี" มันขึ้นกับว่าคุณใช้งานยังไง ดูที่ KitzYou มีการเทียบรายละเอียดเพิ่มเติมระหว่างวัสดุเครื่องแก้วต่าง ๆ ถ้าอยากเลือกให้ถูก ผมแนะให้ลองจับแก้วทั้งสองแบบจริง ๆ ที่ร้านก่อนตัดสินใจ
ดูฉบับย่อได้ที่: เครื่องแก้วคริสตัลไร้สารตะกั่วจำเป็นแค่ไหน เทียบกับแก้วโซดาไลม์ที่ใช้กันทุกวัน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น