หม้อทอดไร้น้ำมัน: บทเรียนจากการเลือกผิดสู่ครัวที่ลงตัว

วิธีเลือกหม้อทอดไร้น้ำมันให้เหมาะกับครอบครัว ซื้อครั้งเดียวไม่ต้องเสียใหม่

จำได้ว่าตอนหม้อทอดไร้น้ำมันเริ่มฮิตใหม่ๆ ก็รีบจัดมาเครื่องนึงเลยครับ ด้วยความอยากลองของใหม่ เห็นคนอื่นทำอาหารคลีนกันง่ายๆ ก็คิดว่าตัวเองก็ต้องทำได้สิ!

ปรากฏว่าซื้อมาแล้วผิดหวังครับ เครื่องแรกที่ได้มาความจุเล็กนิดเดียว พอจะทอดไก่ซักชิ้นก็ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แถมต้องแบ่งทอดทีละหลายรอบ เสียเวลาสุดๆ สุดท้ายก็วางทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ค่อยได้ใช้เลย กลายเป็นของแต่งครัวที่เปลืองพื้นที่ไปซะงั้น เลยเป็นบทเรียนราคาแพงว่าของดีราคาถูกมันมีอยู่จริง แต่ก็ต้องเลือกให้ถูกกับความต้องการของเราด้วย ไม่งั้นก็เสียเงินฟรีครับ

หลังจากนั้นก็เลยศึกษาข้อมูลอย่างจริงจังก่อนจะตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่ มาดูกันครับว่าผมเรียนรู้อะไรบ้าง และมีอะไรบ้างที่ควรพิจารณาก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายอีกครั้ง

ความจุสำคัญกว่าที่คิด

ตอนแรกที่ซื้อ ผมเน้นที่ราคาถูกและดีไซน์สวยงาม แต่ลืมคิดถึงความจุไปเลยครับ เครื่องแรกที่ซื้อมามีความจุแค่ 2-3 ลิตร ซึ่งเหมาะกับคนอยู่คนเดียว หรือทำอาหารแค่ 1-2 ที่เท่านั้น แต่พอต้องทำอาหารให้ทั้งครอบครัว 3-4 คน อย่างการทอดไก่หรือหมูกรอบนี่ ต้องแบ่งทำทีละ 2-3 รอบ เสียเวลามากๆ แถมอาหารที่ได้ก็ไม่ร้อนพร้อมกันอีก

  • สำหรับ 1-2 คน: ความจุ 2-3 ลิตรก็พอ
  • สำหรับ 3-4 คน: ควรเลือก 4-6 ลิตรขึ้นไป เพื่อให้ใส่อาหารได้เต็มที่และทำได้พร้อมกันในคราวเดียว
  • สำหรับครอบครัวใหญ่ 5 คนขึ้นไป: เลือก 7-10 ลิตร หรือแบบที่มาพร้อมถาดอบหลายชั้น จะช่วยให้ประหยัดเวลาได้เยอะ

เครื่องที่ผมซื้อใหม่เป็นแบบ 5 ลิตรครับ กำลังพอดีสำหรับครอบครัว 3 คน ทอดไก่ได้ทั้งน่อง 3-4 ชิ้นสบายๆ หรือทำเฟรนช์ฟรายด์เป็นอาหารว่างก็ได้เยอะพอแบ่งกันกินครับ

กำลังไฟ (วัตต์) มีผลต่อความเร็วและคุณภาพอาหาร

หม้อทอดไร้น้ำมันที่มีกำลังไฟสูง มักจะร้อนเร็วและกระจายความร้อนได้ดีกว่า ทำให้การทำอาหารเสร็จเร็วขึ้น และอาหารก็กรอบทั่วถึง ตอนแรกผมก็ไม่ได้สนใจเรื่องกำลังไฟมากนัก แต่พอมาใช้เครื่องที่มีกำลังไฟสูงขึ้น (จาก 1200W เป็น 1500W) ก็รู้สึกได้เลยว่าอาหารสุกเร็วกว่าเดิมมาก และไม่ต้องคอยกลับด้านบ่อยๆ ด้วยครับ

  • กำลังไฟทั่วไป: อยู่ที่ 1200W - 1500W
  • กำลังไฟสูง: 1500W ขึ้นไป จะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

ลองนึกภาพว่าถ้าต้องทำอาหารเช้าแบบเร่งด่วน การที่หม้อทอดร้อนเร็วขึ้น 5 นาที มันช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยนะครับ

ฟังก์ชันเสริมที่จำเป็น vs. ฟังก์ชันที่เกินจำเป็น

หม้อทอดไร้น้ำมันบางรุ่นมีฟังก์ชันเยอะแยะไปหมด ทั้งอบ ย่าง นึ่ง หรือแม้กระทั่งละลายน้ำแข็ง ตอนแรกก็รู้สึกว่ามันดีนะ มีฟังก์ชันเยอะๆ เหมือนได้เครื่องเดียวคุ้ม แต่พอใช้จริง ผมแทบไม่ได้ใช้ฟังก์ชันอื่นเลยนอกจาก "ทอด" และ "อบ" ง่ายๆ เท่านั้นเองครับ

  • ตั้งเวลาและอุณหภูมิ: ฟังก์ชันพื้นฐานที่ต้องมี ควบคุมง่ายๆ ด้วยปุ่มหมุนหรือระบบดิจิทัล
  • โปรแกรมทำอาหารอัตโนมัติ: ถ้าชอบความสะดวกสบาย กดปุ่มเดียวจบก็ดี แต่ถ้าชอบปรับเอง ฟังก์ชันนี้ก็อาจจะไม่จำเป็นเท่าไหร่
  • ฟังก์ชันอุ่นอาหาร: มีประโยชน์มาก ถ้าเราทำอาหารไว้ก่อนแล้วอยากอุ่นให้ร้อนกรอบอีกครั้ง

สำหรับผม การมีแค่ฟังก์ชันตั้งเวลาและอุณหภูมิที่ปรับได้ง่ายก็เพียงพอแล้วครับ ไม่ต้องมีลูกเล่นเยอะแยะให้สับสน ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีเลือกหม้อทอดไร้น้ำมันให้เหมาะกับครอบครัว

วัสดุและดีไซน์ที่ทำความสะอาดง่าย

อันนี้เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามไปครับ แต่การทำความสะอาดหลังการใช้งานนี่แหละคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราอยากใช้หม้อทอดบ่อยขึ้นหรือวางทิ้งไว้เฉยๆ หม้อทอดเครื่องแรกของผมมีซอกมุมเยอะ ทำความสะอาดยากมาก พอใช้ไปไม่กี่ครั้งก็เริ่มขี้เกียจล้างแล้วครับ

  • ตะแกรงและหม้อชั้นใน: ควรเป็นวัสดุ Non-stick ที่อาหารไม่ติด ล้างง่าย
  • ชิ้นส่วนถอดได้: ยิ่งถอดได้ง่าย ยิ่งทำความสะอาดสะดวก
  • ดีไซน์: เลือกแบบที่รูปทรงเรียบๆ ไม่มีซอกมุมเยอะ จะช่วยให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

เครื่องใหม่ของผมเป็นแบบที่ตะแกรงและหม้อชั้นในเป็น Non-stick แถมยังถอดล้างในเครื่องล้างจานได้อีก สะดวกมากๆ ครับ ทำให้ผมไม่รู้สึกขี้เกียจที่จะหยิบมาใช้บ่อยๆ

สรุปคือ การเลือกหม้อทอดไร้น้ำมันให้ถูกใจและใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ดูราคาถูกหรือดีไซน์สวยเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความจุที่เหมาะกับครอบครัว กำลังไฟที่เพียงพอ ฟังก์ชันที่จำเป็น และที่สำคัญคือต้องทำความสะอาดง่ายด้วยครับ ถ้าเลือกดีๆ รับรองว่าได้ใช้งานคุ้มค่าแน่นอน ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่หลายรอบเหมือนผมครับ

ความคิดเห็น

KitzYou — บทความและคู่มือเลือกซื้อ