
เคยไหม ซื้อจานสวย ๆ มาใช้ไม่นานก็ร้าวบิ่นง่าย หรือใช้กับไมโครเวฟแล้วร้อนจี๋จนจับไม่ได้? ตอนย้ายเข้าบ้านใหม่ ฉันก็เจอปัญหานี้แหละค่ะ เพราะเลือกแต่ดีไซน์ที่ชอบ ไม่ได้ดูอย่างอื่นเลย สุดท้ายก็ต้องซื้อใหม่หลายรอบ เสียดายทั้งเงินทั้งเวลา จนต้องเริ่มศึกษาจริงจังว่าจานชามเซรามิกแบบไหนที่ใช้ได้ทนทานและปลอดภัยกับอาหารจริง ๆ วันนี้เลยอยากมาแชร์สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เผื่อใครกำลังมองหาจานชามเซรามิกดี ๆ เข้าครัวค่ะ
1. ดูเนื้อดินเซรามิก: พอร์ซเลน สโตนแวร์ หรือเอิร์ธเทนแวร์?
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเซรามิกมีหลายประเภท แต่ละแบบก็มีคุณสมบัติต่างกันมาก หลัก ๆ ที่ใช้ทำจานชามก็จะมี:
- พอร์ซเลน (Porcelain): ทำจากดินขาวผสมแร่ธาตุ เผาที่อุณหภูมิสูงกว่า 1,200 องศาเซลเซียส เนื้อจะละเอียด แกร่ง ทนทานมาก ไม่ดูดซับน้ำ แทบไม่มีรูพรุน ทำให้สิ่งสกปรกไม่ฝังตัว ล้างง่าย ทนความร้อนสูง เหมาะกับเตาอบ ไมโครเวฟ และเครื่องล้างจาน จานพอร์ซเลนส่วนใหญ่จะค่อนข้างบางเบาและโปร่งแสงเล็กน้อย ราคาจะสูงกว่าแบบอื่น ๆ แต่คุ้มค่ากับการใช้งานระยะยาว
- สโตนแวร์ (Stoneware): เผาที่อุณหภูมิประมาณ 1,100-1,300 องศาเซลเซียส เนื้อดินจะหยาบกว่าพอร์ซเลนเล็กน้อย มีน้ำหนักมากกว่า และมีสีสันหลากหลายกว่าเพราะใช้ดินหลายชนิดมาผสมกัน ทนทานพอสมควร มีรูพรุนน้อยกว่าเอิร์ธเทนแวร์ เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน สามารถเข้าไมโครเวฟและเครื่องล้างจานได้
- เอิร์ธเทนแวร์ (Earthenware): เผาที่อุณหภูมิต่ำที่สุด คือประมาณ 900-1,100 องศาเซลเซียส เนื้อดินจะค่อนข้างหยาบ มีรูพรุนมากที่สุดและดูดซับน้ำได้ดี จึงต้องเคลือบให้ดีเพื่อกันน้ำซึมและป้องกันแบคทีเรียสะสม จานชามประเภทนี้มักมีดีไซน์สวยงาม สีสันสดใส แต่จะไม่ทนทานเท่าสองแบบแรก อาจไม่เหมาะกับการใช้งานหนักหรือเข้าเตาอบบ่อย ๆ เพราะความร้อนสูงอาจทำให้ร้าวได้ง่ายกว่า
สำหรับฉัน ถ้าจะให้ทนจริง ๆ แนะนำพอร์ซเลนค่ะ อาจจะแพงหน่อยแต่ใช้ได้นานแน่นอน
2. ตรวจสอบการเคลือบ: ปลอดภัยไร้สารตะกั่ว
เรื่องสารเคลือบนี่สำคัญมาก! ตอนเลือกซื้อจานชาม ฉันจะเน้นดูที่ฉลากหรือสอบถามคนขายเสมอว่า จานชามเซรามิก ที่เลือกนั้นใช้สารเคลือบประเภทไหน เพราะสารเคลือบที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะที่ผสมตะกั่วหรือแคดเมียม อาจจะปนเปื้อนลงในอาหารได้ถ้าสัมผัสกับอาหารที่เป็นกรดหรือร้อนจัด
- สารเคลือบไร้สารตะกั่ว (Lead-free glaze): นี่คือสิ่งที่ต้องมองหาค่ะ ผู้ผลิตที่ดีจะระบุไว้ชัดเจนว่า "Lead-free" หรือ "Food Safe" เพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยต่อการนำมาใส่อาหาร โดยเฉพาะอาหารร้อนหรืออาหารที่มีความเป็นกรด เช่น ส้มตำ ต้มยำ หรือซอสมะเขือเทศ
- สังเกตจากลักษณะ: จานชามที่เคลือบไม่ดี สารเคลือบอาจจะไม่สม่ำเสมอ มีฟองอากาศ หรือมีรอยแตกเล็ก ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณว่าสารเคลือบอาจจะไม่มีคุณภาพพอ ควรหลีกเลี่ยงค่ะ
3. ขนาดและรูปทรงที่เหมาะกับครัวและไลฟ์สไตล์
นอกจากคุณภาพแล้ว การเลือกขนาดและรูปทรงก็มีผลกับการใช้งานจริง ๆ นะคะ ลองคิดถึงพื้นที่ในตู้เก็บของและเครื่องล้างจานของคุณ
- ขนาดมาตรฐาน: จานข้าวทั่วไปมักมีขนาด 8-10 นิ้ว ส่วนจานแบ่งก็ประมาณ 6-7 นิ้ว ชามซุป ชามสลัด ก็มีหลายขนาด ควรเลือกที่พอดีกับการใช้งานจริงในแต่ละมื้อ ไม่ใหญ่เกินไปจนเปลืองพื้นที่ หรือเล็กไปจนอาหารล้น
- รูปทรง: จานทรงกลมเป็นแบบคลาสสิกที่วางซ้อนกันได้ดี ประหยัดพื้นที่ ส่วนจานทรงเหลี่ยมหรือวงรีอาจจะดูเก๋ไก๋ แต่บางทีก็กินพื้นที่ในตู้มากกว่าและอาจจะเข้าเครื่องล้างจานยากกว่าค่ะ
- น้ำหนัก: ลองยกดูว่าน้ำหนักกำลังดีไหม ไม่หนักเกินไปจนถือลำบาก และไม่เบาจนรู้สึกไม่แข็งแรง
จากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาหลายครั้ง ทำให้รู้ว่าการเลือกจานชามเซรามิกดี ๆ สักชุด ไม่ใช่แค่ดูที่ความสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงคุณภาพของเนื้อดิน สารเคลือบ และความเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันด้วยค่ะ ถ้าเลือกถูกตั้งแต่แรก ก็จะช่วยให้เรามีจานชามที่ทนทาน ปลอดภัย และอยู่คู่ครัวเราไปได้อีกนานเลยค่ะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น