
เคยไหมที่หุงข้าวหอมมะลิหอมๆ มากับแกงเขียวหวานรสจัดจ้าน แต่พอตักเข้าปากแล้วรู้สึกว่ามันเข้ากันได้ไม่สุด? หรือหุงข้าวไรซ์เบอร์รี่อย่างดี แต่พอมาเจอกับน้ำพริกปลาทูแล้วเหมือนขาดอะไรไป? ปัญหาเหล่านี้ผมเจอมาบ่อยมากครับ แรกๆ ก็คิดว่าข้าวก็คือข้าว จะพันธุ์ไหนก็เหมือนกันหมดแหละน่า แต่พอเริ่มลองผิดลองถูกในครัวไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับการทำกับข้าวไทยนี่แหละ ถึงได้รู้ว่าการเลือกพันธุ์ข้าวมันมีผลจริงๆ กับรสชาติโดยรวมของมื้อนั้นๆ
ข้าวหอมมะลิ: ราชาของกับข้าวรสชาติกลมกล่อม
สำหรับผม ข้าวหอมมะลิคือตัวยืนพื้นสำหรับกับข้าวไทยส่วนใหญ่เลยครับ โดยเฉพาะเมนูที่ไม่เน้นรสจัดจ้านจนกลบรสข้าว หรือเมนูที่ต้องการความหอมนุ่มละมุน ตัวอย่างเช่น แกงจืด หรือ ผัดผักน้ำมันหอย ที่รสชาติไม่เข้มข้นมาก ข้าวหอมมะลิจะช่วยเสริมให้มื้ออาหารนั้นสมบูรณ์แบบ
สิ่งที่ผมสังเกตคือ:
- ความนุ่มและกลิ่นหอม: ข้าวหอมมะลิแท้ๆ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และสัมผัสที่นุ่มนวล หุงออกมาแล้วเม็ดข้าวจะสวย ไม่แฉะหรือแข็งเกินไป
- การดูดซับรสชาติ: ข้าวหอมมะลิไม่ดูดซับรสชาติของกับข้าวมากเกินไป ทำให้เรายังได้รสชาติแท้ๆ ของข้าวและกับข้าวไปพร้อมกัน เหมาะกับกับข้าวที่มีน้ำขลุกขลิก หรือกับข้าวที่ไม่ต้องการให้ข้าวดูดซึมน้ำจนเละ
- สัดส่วนการหุง: ผมมักจะใช้ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1.2-1.3 ส่วน สำหรับหม้อหุงข้าวไฟฟ้าทั่วไป เพื่อให้ได้ความนุ่มที่พอดี ไม่นุ่มเละหรือแข็งไป
ข้าวไรซ์เบอร์รี่: พระเอกของอาหารเพื่อสุขภาพและรสจัดจ้าน
ช่วงที่ผมเริ่มหันมาสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครัวครับ นอกจากประโยชน์ที่หลายคนรู้กันดีแล้ว ผมพบว่าข้าวไรซ์เบอร์รี่ยังเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อกับกับข้าวไทยบางประเภท โดยเฉพาะเมนูรสจัดจ้านหรือเมนูที่ต้องการความหลากหลายของเนื้อสัมผัส
นี่คือข้อดีที่ผมเจอ:
- เม็ดสวยไม่เละ: แม้จะหุงออกมาแล้วนุ่ม แต่เม็ดข้าวไรซ์เบอร์รี่จะยังคงรูปสวย ไม่เละง่าย ทำให้เหมาะกับการนำไปคลุกกับน้ำพริก หรือแกงที่มีน้ำเยอะๆ เช่น แกงป่า หรือ แกงส้ม ที่รสชาติจัดจ้านมากๆ ข้าวไรซ์เบอร์รี่จะช่วยตัดรสไม่ให้จัดเกินไป และได้เคี้ยวเพลินๆ
- มีไฟเบอร์สูง: ช่วยให้อิ่มนานขึ้น และมีสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะสำหรับคนที่อยากทานอาหารไทยรสจัดแต่ก็ยังอยากดูแลสุขภาพ
- สัดส่วนการหุง: ข้าวไรซ์เบอร์รี่จะต้องการน้ำมากกว่าข้าวหอมมะลิเล็กน้อย ผมใช้ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 1.5-1.7 ส่วน ขึ้นอยู่กับความใหม่ของข้าว
ข้าวกล้อง: ทางเลือกสำหรับความหนึบหนับและเมนูผัด/ยำ
สำหรับข้าวกล้อง ผมมองว่าเป็นข้าวที่ให้เท็กซ์เจอร์หรือเนื้อสัมผัสที่โดดเด่นครับ ด้วยความที่มันมีความหนึบหนับและมีกลิ่นเฉพาะตัว ทำให้เหมาะกับกับข้าวไทยบางประเภทที่ต้องการความแตกต่าง ไม่ใช่แค่ความนุ่มอย่างเดียว
ผมมักจะเลือกข้าวกล้องเมื่อทำ:
- เมนูผัดหรือยำ: ด้วยความที่ข้าวกล้องเม็ดไม่เละง่าย ทำให้เหมาะกับการนำไปทำข้าวผัดต่างๆ หรือกินคู่กับยำรสแซ่บๆ ที่ต้องการให้ข้าวคงรูปสวยงามและไม่แฉะ เช่น ข้าวผัดกะเพรา หรือ ข้าวผัดพริกแกง
- แกงบางชนิด: สำหรับแกงที่เน้นเนื้อสัมผัส เช่น แกงเลียง ที่มีผักหลากหลาย หรือแกงที่ไม่เน้นน้ำเยอะมาก ข้าวกล้องก็เป็นตัวเลือกที่ดีครับ
- สัดส่วนการหุง: ข้าวกล้องต้องการน้ำเยอะที่สุดครับ ผมใช้ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 2 ส่วน หรือบางทีก็มากกว่านั้นนิดหน่อย ขึ้นอยู่กับชนิดของข้าวกล้อง (ข้าวกล้องหอมมะลิ, ข้าวกล้องแดง) และความชอบส่วนตัว
ทริคติดตัวที่ใช้ได้จริง
หลังจากลองผิดลองถูกมาเยอะ ผมก็มีทริคเล็กๆ น้อยๆ ติดตัวในการเลือกข้าวให้เข้ากับกับข้าวไทยครับ
- คิดถึงรสชาติและเนื้อสัมผัสของกับข้าว: ถ้ากับข้าวรสอ่อน เน้นความหอม หรือมีน้ำเยอะๆ ก็ไปทางข้าวหอมมะลิ แต่ถ้ากับข้าวรสจัดจ้าน เปรี้ยว เผ็ด หรือต้องการความหนึบ ก็ลองข้าวไรซ์เบอร์รี่หรือข้าวกล้อง
- อย่ากลัวที่จะผสม: บางครั้งผมก็เอาข้าวหอมมะลิผสมกับข้าวไรซ์เบอร์รี่ในอัตราส่วน 1:1 เพื่อให้ได้ทั้งความหอมนุ่มและประโยชน์จากไรซ์เบอร์รี่ไปพร้อมกัน เป็นอีกวิธีที่ทำให้มื้ออาหารไม่น่าเบื่อ
- ตุนข้าวหลายชนิด: ผมมักจะมีข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ และข้าวกล้องติดบ้านไว้เสมอครับ เวลาจะทำกับข้าวอะไร ก็แค่เลือกหยิบให้เหมาะกับเมนูนั้นๆ ไม่ต้องกังวลว่าข้าวจะไม่เข้ากันอีกต่อไป
การเลือกพันธุ์ข้าวมันไม่ได้แค่เรื่องของความชอบส่วนตัวครับ แต่เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้กับข้าวไทยของเราอร่อยสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ใครที่อยากรู้เรื่องข้าวสารเพิ่มเติม ลองอ่านได้ที่ KitzYou เลยครับ เขาแนะนำไว้ละเอียดเลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น