
ใครเป็นสายอบขนมคงเคยเจอปัญหาเดียวกันใช่ไหมคะ? อบเค้ก อบขนมปัง อบมัฟฟินออกมาสวยงาม พอจะแกะออกจากพิมพ์เท่านั้นแหละ...พัง! ติดพิมพ์บ้าง แงะไม่ขึ้นบ้าง เสียใจหนักมาก ต้องทิ้งไปทั้งก้อนก็มี
ก่อนหน้านี้ฉันเองก็เคยท้อกับปัญหานี้ซ้ำ ๆ ซื้อพิมพ์เค้กมาหลายแบบ ลองมาหมดทั้งแบบซิลิโคน อะลูมิเนียม และเคลือบเทฟลอน เพราะคิดว่าวัสดุไหน ๆ ก็น่าจะใช้ได้เหมือนกัน แต่พอได้ลองใช้จริงไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มรู้ว่ามันไม่เหมือนกันเลยค่ะ แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน แถมยังต้องปรับวิธีใช้ให้เข้ากับวัสดุด้วย ถึงจะได้ขนมที่สวยสมบูรณ์แบบ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ตรงจากการใช้พิมพ์เค้กแต่ละแบบให้ฟังกัน เผื่อใครกำลังลังเลจะได้ตัดสินใจถูกค่ะ
พิมพ์ซิลิโคน: ใช้ง่าย แต่ต้องระวังเรื่องความร้อน
ตอนแรกที่เห็นพิมพ์ซิลิโคนรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะมันยืดหยุ่นดี ถอดขนมง่าย แถมล้างก็สะดวก ดูเหมือนจะตอบโจทย์ทุกอย่าง แต่พอใช้จริงก็พบว่ามีบางเรื่องที่ต้องปรับตัวค่ะ
- ความคงตัว: พิมพ์ซิลิโคนจะนิ่มมาก เวลาเท batter ลงไปแล้วยกเข้าเตาอบ ถ้าไม่ระวังมันจะยวบยาบ ทำให้ขนมเสียทรงได้ง่ายค่ะ วิธีแก้คือให้วางพิมพ์ซิลิโคนบนถาดอบอีกชั้นก่อนนำเข้าเตาอบ จะช่วยให้พิมพ์คงรูปได้ดีขึ้น
- การนำความร้อน: ซิลิโคนนำความร้อนได้ไม่ดีเท่าโลหะ ทำให้ขนมอบอาจจะสุกช้ากว่า หรือสีไม่ค่อยสวยเท่าที่ควรค่ะ ฉันมักจะเพิ่มเวลาอบอีกประมาณ 5-10 นาที จากสูตรปกติ หรือบางทีก็เพิ่มอุณหภูมิขึ้นอีกเล็กน้อย (ประมาณ 5-10 องศาเซลเซียส) แต่ต้องคอยสังเกตสีขนมดี ๆ นะคะ เพราะถ้าสูงไปก็ไหม้ได้
- การทำความสะอาด: ล้างง่ายมาก แค่ล้างด้วยน้ำยาล้างจานปกติก็สะอาดแล้วค่ะ แต่บางครั้งถ้ามีคราบมันเยอะ ๆ อาจจะต้องล้างซ้ำสองรอบ
พิมพ์อะลูมิเนียม: อบสวย แต่ต้องทาไขมันดี ๆ
พิมพ์อะลูมิเนียมเป็นพิมพ์ที่ฉันใช้บ่อยที่สุด เพราะมันนำความร้อนได้ดีมาก ทำให้ขนมสุกทั่วถึงและขึ้นฟูสวย สีของเปลือกขนมก็จะออกมาเหลืองทองน่ากิน
- การนำความร้อน: จุดเด่นเลยคือเรื่องนี้ค่ะ อะลูมิเนียมร้อนเร็วและกระจายความร้อนได้สม่ำเสมอ ทำให้เค้กอบออกมาสุกทั่วถึงและมีเนื้อสัมผัสที่ดี แต่ข้อควรระวังคือ ถ้าใช้พิมพ์สีเข้มหรือแบบที่หนามาก ๆ อาจจะต้องลดอุณหภูมิลงเล็กน้อย (ประมาณ 5 องศาเซลเซียส) หรือลดเวลาอบลง เพื่อไม่ให้เค้กไหม้ก่อนสุกข้างใน
- การถอดขนม: นี่คือปัญหาที่เคยเจอหนักมาก! ขนมติดพิมพ์ตลอด แม้จะทาเนยแล้วก็ตาม หลัง ๆ มาค้นพบว่าการทาเนยขาวแล้วโรยแป้งบาง ๆ ให้ทั่วพิมพ์ ช่วยได้ดีกว่าการทาเนยจืดธรรมดามาก ๆ ค่ะ หรือจะใช้สเปรย์น้ำมันพืชสำหรับอบขนมโดยเฉพาะก็สะดวกดีค่ะ การวางกระดาษไขรองก้นพิมพ์ก็ช่วยได้เยอะเลย
- การทำความสะอาด: ล้างไม่ยากค่ะ แต่ถ้ามีคราบขนมติดแน่น ๆ ต้องแช่น้ำอุ่นไว้สักพักแล้วค่อยขัดเบา ๆ
พิมพ์เคลือบเทฟลอน: สะดวกสุด แต่ต้องระวังเรื่องรอยขีดข่วน
พิมพ์เทฟลอนเป็นพิมพ์ที่ใช้งานง่าย ถอดขนมง่ายที่สุดในบรรดาสามแบบที่กล่าวมา เพราะมีสารเคลือบกันติดอยู่แล้ว เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่ไม่อยากกังวลเรื่องขนมติดพิมพ์
- การถอดขนม: อันนี้คือข้อดีอันดับหนึ่งเลยค่ะ แทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องขนมติดพิมพ์เลย แค่ทาเนยบาง ๆ หรือสเปรย์น้ำมันเบา ๆ ก็พอแล้วค่ะ
- ความทนทาน: ข้อเสียคือสารเคลือบเทฟลอนค่อนข้างบอบบางค่ะ ถ้าใช้ตะหลิวโลหะหรืออุปกรณ์ที่มีคมไปขูดขีด จะทำให้สารเคลือบหลุดลอกได้ง่าย ทำให้ประสิทธิภาพในการกันติดลดลง และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ ฉันจะใช้แค่พายยางหรือไม้พายซิลิโคนในการแซะขนมเท่านั้นค่ะ
- การทำความสะอาด: ล้างง่ายมากค่ะ เพราะขนมไม่ค่อยติด แค่ล้างน้ำเปล่ากับน้ำยาล้างจานก็สะอาดแล้ว
สรุปทริคติดตัว: เลือกให้เหมาะกับขนมและตัวเอง
จากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมานาน ถ้าให้สรุปเป็นทริคติดตัวก็คือ:
- สำหรับเค้กที่ต้องการทรงสวย เนื้อฟู: พิมพ์อะลูมิเนียมยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ แต่ต้องไม่ลืมทาไขมันและโรยแป้งให้ดี หรือรองกระดาษไขที่ก้นพิมพ์ เพื่อให้ถอดง่ายขึ้นค่ะ
- สำหรับขนมอบที่ถอดง่าย ไม่ติดพิมพ์: พิมพ์เทฟลอนตอบโจทย์นี้ได้ดีที่สุดค่ะ แต่ต้องระวังเรื่องการดูแลรักษา อย่าให้มีรอยขีดข่วนนะคะ
- สำหรับขนมอบชิ้นเล็ก ๆ หรือรูปทรงแปลก ๆ: พิมพ์ซิลิโคนเหมาะมากค่ะ เพราะยืดหยุ่นดี ถอดง่าย แต่ต้องวางบนถาดรองก่อนเข้าเตาอบ และปรับเวลา/อุณหภูมิเล็กน้อย
หวังว่าประสบการณ์ของฉันจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ การเลือกพิมพ์เค้กที่เหมาะสมกับการใช้งานจะช่วยให้การอบขนมของเราสนุกและได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากขึ้นเยอะเลยค่ะ สำหรับใครที่อยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิมพ์เค้กแต่ละชนิด ลองเข้าไปดูบทความเปรียบเทียบจาก KitzYou ได้นะคะ มีข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจอีกเพียบเลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น