
เคยไหมที่อยากจะอบขนม พอจะเริ่มทำจริงๆ วัตถุดิบในครัวดันไม่เป็นใจซะงั้น? แป้งเป็นเม็ดๆ เนยหืนๆ น้ำตาลแข็งเป็นก้อนๆ ปัญหาโลกแตกของคนชอบทำเบเกอรี่ที่เจอมากับตัวบ่อยมากค่ะ เสียเวลา เสียอารมณ์ บางทีก็ต้องทิ้งวัตถุดิบไปดื้อๆ เสียดายสุดๆ
จากประสบการณ์ตรงที่ลองผิดลองถูกมาเยอะ วันนี้เลยอยากมาแชร์เทคนิคการเก็บวัตถุดิบเบเกอรี่ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานให้มันสดใหม่เหมือนเพิ่งซื้อมา รับรองว่าขนมที่ออกมาจะอร่อยถูกใจทุกครั้ง ไม่มีปัญหากวนใจแน่นอนค่ะ
แป้งเค้ก แป้งขนมปัง: เก็บยังไงไม่ให้ขึ้นรา ไม่ให้มีตัวแมลง
แป้งเป็นวัตถุดิบตัวหลักที่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะความชื้นนิดเดียวก็ทำให้เสียได้ง่ายๆ
- ภาชนะ: หลังจากเปิดถุงแล้ว ให้เทแป้งใส่ภาชนะที่ปิดสนิท เช่น กล่องพลาสติกที่มีฝาล็อก หรือถุงซิปล็อกที่ไล่อากาศออกให้หมด ห้ามเก็บในถุงเดิมที่มากับแป้งเด็ดขาด เพราะอากาศเข้าได้ง่ายมาก
- อุณหภูมิ: เก็บไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนโดยตรง อุณหภูมิห้องปกติก็พอไหว แต่ถ้ามีพื้นที่ในตู้เย็นจะดีที่สุด โดยเฉพาะแป้งโฮลวีท หรือแป้งที่มีรำข้าวผสมอยู่ เพราะมีไขมันสูงกว่า เสี่ยงหืนได้ง่ายกว่า
- เทคนิคเสริม: บางคนอาจจะใส่ใบกระวานแห้ง หรือกานพลูลงไปในภาชนะที่เก็บแป้งด้วย อันนี้เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ช่วยไล่แมลงได้ดีค่ะ
เนย: หอมอร่อย ไม่เหม็นหืน
เนยเป็นอีกตัวที่สำคัญมากๆ เพราะส่งผลต่อรสชาติและเนื้อสัมผัสของขนมโดยตรง
- เนยจืด/เนยเค็ม: ให้เก็บในช่องแช่เย็นปกติ (ช่องธรรมดา) ที่อุณหภูมิประมาณ 2-4 องศาเซลเซียส ใส่ในกล่องพลาสติกที่มีฝาปิด หรือห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหารให้มิดชิด เพื่อป้องกันกลิ่นจากอาหารอื่นๆ ในตู้เย็นมาติดเนย
- แช่แข็ง: ถ้ายังไม่ใช้ในเร็วๆ นี้ หรือซื้อมาเยอะ แนะนำให้แบ่งเนยเป็นก้อนเล็กๆ ห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหารหลายๆ ชั้น แล้วใส่ถุงซิปล็อกอีกที นำไปแช่แข็งได้นาน 3-6 เดือน เวลาจะใช้ก็เอาออกมาพักให้คลายความเย็นที่อุณหภูมิห้อง
- ข้อควรระวัง: อย่าปล่อยให้เนยโดนอากาศนานๆ เพราะจะทำให้เหม็นหืนได้ง่าย
น้ำตาลทราย: ไม่จับก้อน ไม่แข็งโป๊ก
ปัญหาน้ำตาลจับตัวเป็นก้อนแข็งๆ นี่ก็น่าหงุดหงิดไม่แพ้กัน
- น้ำตาลทรายขาว/น้ำตาลทรายแดง: เก็บในภาชนะที่ปิดสนิทเช่นเดียวกับแป้ง แต่ควรเป็นภาชนะที่หนาหน่อย กันความชื้นได้ดี
- วิธีแก้ถ้าน้ำตาลแข็ง: ถ้าเจอว่าน้ำตาลทรายแดงเริ่มแข็ง ให้ใส่ขนมปังแผ่น หรือเปลือกส้ม/เปลือกมะนาวลงไปในภาชนะที่เก็บน้ำตาล ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ข้ามคืน ความชื้นจากขนมปังหรือเปลือกผลไม้จะช่วยให้น้ำตาลนุ่มลงได้ค่ะ
- ห้ามแช่เย็น: ไม่ควรเก็บน้ำตาลในตู้เย็น เพราะความชื้นในตู้เย็นจะยิ่งทำให้จับตัวเป็นก้อนได้ง่ายขึ้น
ผงฟูและเบกกิ้งโซดา: เก็บให้พลังฟูไม่หาย
สองตัวนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ขนมขึ้นฟูสวยงาม ถ้าเก็บไม่ดี ประสิทธิภาพจะลดลง
- ปิดให้สนิท: หลังจากเปิดใช้แล้ว ให้ปิดฝากระปุกให้สนิท หรือถ้าเป็นซองก็พับปากซองให้แน่น แล้วใส่ในถุงซิปล็อกอีกชั้น
- ที่แห้งและเย็น: เก็บในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงความร้อนและแสงแดดโดยตรง
- เช็กประสิทธิภาพ: ผงฟูมีอายุการใช้งานประมาณ 6-12 เดือน ลองทดสอบง่ายๆ โดยเอาผงฟู 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำร้อน ¼ ถ้วย ถ้ายังมีฟองฟู่ขึ้นมาเยอะๆ แสดงว่ายังใช้ได้ดีค่ะ
นอกเหนือจากที่เล่ามาแล้ว ยังมีรายละเอียดเรื่องการเก็บวัตถุดิบเบเกอรี่อีกหลายอย่างที่น่าสนใจ ถ้าอยากรู้ลึกกว่านี้ลองไปอ่านเพิ่มเติมที่ รายละเอียดเรื่องเก็บวัตถุดิบเบเกอรี่ ได้เลยค่ะ
สรุปแล้ว ทริคง่ายๆ ที่ใช้ได้กับวัตถุดิบส่วนใหญ่คือ "ภาชนะปิดสนิท + ที่แห้งและเย็น + หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน" แค่นี้วัตถุดิบเบเกอรี่ของเราก็จะพร้อมใช้งานเสมอ ไม่ต้องมาเสียอารมณ์เพราะของไม่เป็นใจอีกต่อไปแล้วค่ะ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าการทำขนมจะสนุกขึ้นเยอะเลย!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น