
จำได้ว่าช่วงที่อยากทำน้ำพริกกินเองที่บ้านใหม่ๆ หรือปั่นสมูทตี้ให้ลูกนี่แหละ คือพยายามเลือกเครื่องปั่นอยู่นานมาก เพราะกลัวว่าซื้อมาแล้วจะปั่นไม่ละเอียดบ้าง หรือไม่คุ้มค่าบ้าง สุดท้ายเลยได้ลองผิดลองถูกมาเยอะพอสมควร จนตอนนี้พอจะบอกได้แล้วว่าจริงๆ แล้ว “กำลังไฟ” ของเครื่องปั่นที่เราต้องใช้เนี่ย มันมีจุดที่พอดีอยู่ ไม่ต้องจ่ายแพงเกินตัวก็ปั่นได้เนียนกริบ
กำลังไฟแค่ไหนถึงเรียกว่า "พอ" สำหรับเครื่องปั่น?
ก่อนอื่นเลย เครื่องปั่นตามบ้านทั่วไปที่ปั่นได้ทั้งผักผลไม้ เนื้อสัตว์ หรือแม้แต่น้ำแข็งเนี่ย กำลังไฟที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 350-600 วัตต์ก็เหลือเฟือแล้วครับ อย่างถ้าเราเน้นปั่นสมูทตี้ผลไม้สดหรือน้ำแข็งไม่มาก 350-450 วัตต์ก็ถือว่าใช้ได้เลย แต่ถ้าอยากได้เครื่องที่ปั่นน้ำพริกเนื้อเนียน หรือปั่นน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ได้ดีหน่อย ก็ขยับไปที่ 500-600 วัตต์จะตอบโจทย์กว่า
- ปั่นสมูทตี้ผลไม้สด: 350-450 วัตต์ก็เอาอยู่ ปั่นได้เนียน ไม่ต้องใช้กำลังสูงมาก
- ปั่นน้ำพริก/เนื้อสัตว์/น้ำแข็งก้อน: 500-600 วัตต์ กำลังดี ปั่นได้ละเอียดและใช้เวลาไม่นาน
ความเร็วรอบกับใบมีดก็สำคัญไม่แพ้กำลังไฟ
นอกจากกำลังไฟแล้ว อีกสองปัจจัยที่ทำให้เครื่องปั่นทำงานได้ดีคือ ความเร็วรอบ (RPM) กับ ลักษณะของใบมีด ครับ
- ความเร็วรอบ: เครื่องปั่นบางรุ่นมีกำลังไฟไม่สูงมาก แต่ถ้ามีรอบปั่นที่เร็วพอ ก็สามารถช่วยให้ปั่นได้ละเอียดขึ้นได้เหมือนกัน
- ใบมีด: ใบมีดสเตนเลสคุณภาพดี คม และมีหลายแฉก จะช่วยให้การบดสับมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องปั่นซ้ำหลายรอบ
อย่างตอนที่ผมปั่นน้ำพริกแกง ถ้าเจอพริกแกงที่มันเหนียวๆ หน่อย ใบมีดดีๆ กับรอบปั่นที่เหมาะสมช่วยให้เนื้อเครื่องแกงไม่ไปเกาะข้างโถ แต่จะถูกเหวี่ยงไปปั่นซ้ำได้เรื่อยๆ จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
ฟังก์ชันเสริมที่จำเป็นจริงๆ มีอะไรบ้าง?
เครื่องปั่นสมัยนี้มีฟังก์ชันเยอะแยะไปหมด แต่ถ้าพูดถึงที่จำเป็นจริงๆ สำหรับการใช้งานในครัวเรือน ผมว่ามีไม่กี่อย่างครับ
- ปุ่มปรับระดับความเร็ว: มีหลายระดับจะช่วยให้เราควบคุมการปั่นได้ดีขึ้น อยากได้หยาบละเอียดแค่ไหนก็ปรับได้
- ฟังก์ชัน Pulse (ปั่นกระแทก): อันนี้ขาดไม่ได้เลยครับ เวลาปั่นอะไรที่มันแข็งๆ หรือเหนียวๆ เช่น น้ำแข็ง หรือเครื่องน้ำพริกที่ยังไม่เข้ากันดี การใช้ Pulse จะช่วยสับวัตถุดิบให้แตกละเอียดง่ายขึ้น และยังช่วยให้วัตถุดิบที่ติดอยู่ข้างโถลงมาปั่นต่อได้
- โถปั่นที่ทนทาน: เลือกโถแก้วจะดีกว่าโถพลาสติกในระยะยาว เพราะไม่เป็นรอยง่าย ไม่ดูดสีดูดกลิ่น และทำความสะอาดง่ายกว่าครับ
สรุปทริคติดตัวเลือกเครื่องปั่น
จากที่ลองใช้มาหลายรุ่น ผมสรุปเป็นทริคง่ายๆ ที่ใช้ได้จริงเลยนะครับ
- ประเมินการใช้งาน: คิดก่อนว่าเราจะใช้ปั่นอะไรบ่อยที่สุด? ถ้าเน้นแค่สมูทตี้ผลไม้ทั่วไป ไม่ต้องซื้อรุ่นที่กำลังไฟสูงลิบลิ่ว แต่ถ้าจะทำน้ำพริกบ่อยๆ หรือปั่นน้ำแข็งเยอะๆ ก็เลือกที่ 500 วัตต์ขึ้นไป
- ดูใบมีดและฟังก์ชัน: กำลังไฟอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีใบมีดที่ดีและฟังก์ชัน Pulse ด้วยถึงจะสมบูรณ์แบบ
- งบประมาณ: เครื่องปั่นดีๆ ไม่ได้แปลว่าต้องแพงเสมอไปครับ ลองดูรีวิวและเลือกยี่ห้อที่น่าเชื่อถือในงบประมาณที่เรามีได้เลย ไม่ต้องเกิน 3,000-4,000 บาทก็หาเครื่องดีๆ ได้แล้วครับ
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกเครื่องปั่นคู่ใจสำหรับครัวของคุณนะครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะเลือกผิดอีกต่อไปแล้ว ลองนำไปปรับใช้ดู หรือถ้าอยากดู รายละเอียดเรื่องเครื่องปั่นสมูทตี้ น้ำพริก เพิ่มเติมก็ลองไปอ่านดูได้เลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น