
เคยไหมครับ? ซื้อถุงขยะมาใช้ในครัวแล้วสุดท้ายก็เจอปัญหาเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นตีขึ้นมา หรือบางทีก็ซึมเลอะเทอะ จนต้องมานั่งปวดหัวกับการทำความสะอาดอีกรอบ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ลองผิดลองถูกมาเยอะมาก จนมาเจอว่าจริงๆ แล้วถุงขยะแต่ละสีมันก็มีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันนะ ยิ่งเป็นครัวไทยที่ของเหลือจากอาหารมักจะมีทั้งน้ำ ทั้งกลิ่น ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยครับ
ปัญหาที่เคยเจอ กับถุงขยะที่เลือกผิด
ช่วงแรกๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากครับ เห็นถุงขยะลดราคาหรือสีสวยก็ซื้อมาใช้เลย ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นถุงขยะสีใส พอทิ้งเศษอาหาร หรือของเหลวจากจานที่ล้างไม่หมดนี่แหละครับ ตัวดีเลย เพราะพอถุงใส มันก็จะเห็นทุกอย่างที่อยู่ข้างใน แถมบางทีถุงบางๆ ก็ซึมออกมาง่ายมาก กลิ่นก็โชยออกมาไม่หยุด พอเปลี่ยนมาใช้ถุงดำก็ดีขึ้นหน่อย แต่บางยี่ห้อก็ยังบางจนน่าตกใจ ถ้าเจอเศษแก้วหรือของมีคมนิดหน่อยก็ขาดง่ายๆ แล้ว ทำให้ต้องมานั่งคิดเลยว่ามันมีวิธีเลือกที่ดีกว่านี้ไหมนะ
ถุงขยะสีดำ vs. สีใส: ทำไมต้องเลือกให้ถูก?
หลังจากที่ต้องลองผิดลองถูกมาสักพัก ผมก็ได้ข้อสรุปว่าจริงๆ แล้วการเลือกถุงขยะนี่มันมีผลต่อสุขอนามัยในครัวเรามากๆ เลยครับ โดยเฉพาะเรื่องกลิ่นและของเหลวเนี่ย
-
ถุงขยะสีใส: เหมาะกับขยะแห้ง ไม่เน้นกลิ่น
ถุงขยะสีใสเหมาะกับขยะทั่วไปที่ไม่ใช่เศษอาหาร หรือขยะที่มีกลิ่นแรงๆ ครับ เช่น กระดาษ พลาสติกแห้งๆ หรือพวกบรรจุภัณฑ์ที่ล้างสะอาดแล้ว เพราะข้อดีของถุงใสคือเราจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้ง่าย ช่วยให้คัดแยกขยะรีไซเคิลได้สะดวกขึ้น แต่ถ้าเอามาใส่เศษอาหารสด หรือของเหลว อย่างน้ำแกง น้ำมันจากการทอด ผักที่เน่าเสีย มันจะโชว์ความสกปรกได้ชัดเจนมาก แถมกลิ่นก็ทะลุออกมาได้ง่ายกว่าด้วย
ทริคส่วนตัว: ผมจะใช้ถุงใสสำหรับขยะที่คัดแยกแล้ว เช่น ขวดพลาสติกสะอาดๆ หรือกระดาษที่ยังไม่เปื้อน เพื่อเตรียมนำไปรีไซเคิลครับ
-
ถุงขยะสีดำ: คู่หูสำหรับเศษอาหารและของเหลว
สำหรับครัวไทยที่ทำอาหารบ่อยๆ และมีเศษอาหารเยอะๆ ผมแนะนำถุงขยะสีดำเป็นหลักเลยครับ เพราะสีดำจะช่วยพรางตาไม่ให้เราเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน ซึ่งช่วยลดความรู้สึกขยะแขยงได้เยอะเลย นอกจากนี้ ถุงขยะสีดำส่วนใหญ่ (ย้ำว่าส่วนใหญ่ ต้องดูดีๆ) มักจะผลิตจากพลาสติกที่มีความหนาแน่นสูงกว่าถุงใสทั่วไป ทำให้ทนทานต่อการฉีกขาดและซึมผ่านของของเหลวได้ดีกว่า
จุดที่ต้องเช็กก่อนซื้อ:
- ความหนา: ลองจับเนื้อถุงดูครับ ถ้าบางเกินไปก็ไม่เหมาะกับเศษอาหารที่มีน้ำหนักหรือแหลมคม
- ความยืดหยุ่น: ถุงที่ดีควรมีความยืดหยุ่นระดับหนึ่ง ไม่ใช่แค่หนาแต่เปราะง่าย
- ซีลด้านล่าง: สำคัญมาก! ถุงบางยี่ห้อซีลด้านล่างไม่ดี มีโอกาสรั่วสูง ลองดูรอยซีลว่าแน่นหนาแค่ไหน
ผมเคยอ่านบทความจาก KitzYou ที่เปรียบเทียบถุงขยะสองสีนี้ไว้ ก็ยิ่งตอกย้ำว่าการเลือกให้ถูกกับประเภทของขยะสำคัญจริง ๆ ครับ
ทริคติดตัวที่ใช้ได้จริงในครัวผม
- แยกถุง: ผมมีถุงขยะ 2 ประเภทในครัว ถุงหนึ่งสำหรับเศษอาหารสดที่ต้องทิ้งทุกวัน (ใช้ถุงดำ) และอีกถุงสำหรับขยะแห้งทั่วไป (ใช้ถุงใส)
- บีบน้ำออกจากเศษอาหาร: ก่อนทิ้งเศษผัก เศษเนื้อสัตว์ หรือก้างปลา พยายามบีบน้ำหรือซับของเหลวออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ช่วยลดกลิ่นและน้ำหนักขยะได้เยอะ
- มัดปากถุงให้แน่น: ไม่ว่าจะถุงแบบไหน พอขยะเต็มแล้วให้มัดปากถุงให้แน่นสนิททุกครั้ง เพื่อป้องกันกลิ่นเล็ดลอดและแมลงวันตอม
- เปลี่ยนถุงบ่อยๆ: สำหรับถุงขยะเศษอาหาร ผมจะเปลี่ยนทุกวัน หรืออย่างน้อยวันเว้นวัน ไม่ปล่อยให้ค้างคืนนานๆ โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อน
หวังว่าประสบการณ์ที่ผมเจอมาจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังเลือกถุงขยะให้เหมาะกับครัวตัวเองนะครับ การเลือกสิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างถุงขยะให้ถูกประเภท ก็ช่วยให้ครัวเราสะอาดและน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น