
สมัยก่อนตอนไปร้านกาแฟแล้วเห็นเมนูเยอะๆ นี่งงไปหมด สั่งลาเต้บ้าง คาปูชิโน่บ้าง แต่บางทีรสชาติมันก็เหมือนกันเป๊ะ! หรือบางทีก็ต่างกันแบบไม่รู้ว่าทำไมถึงต่าง กว่าจะเก็ตว่าแต่ละแก้วมันไม่เหมือนกันจริงๆ ก็ตอนที่ลองมาทำเองที่บ้านนี่แหละค่ะ พอเข้าใจสัดส่วนและเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ แล้วจะสั่งกาแฟที่ร้านก็สั่งได้ถูกใจ หรือชงเองก็อร่อยไม่แพ้กันเลย
ลาเต้: นมเยอะ ฟองบางเบา
หัวใจของลาเต้คือนมที่เยอะกว่าแก้วอื่นๆ ค่ะ สัดส่วนที่ลงตัวสำหรับฉันคือ เอสเพรสโซ่ 1-2 ช็อต (ประมาณ 30-60 มล.) ต่อนมสตีมประมาณ 180-240 มล. สิ่งสำคัญคือนมต้องสตีมให้เนียน มีฟองนมบางๆ อยู่ข้างบน ความหนาของฟองนมจะอยู่ที่ประมาณ 0.5 - 1 ซม.เท่านั้นค่ะ เวลาเทลงไปในแก้วแล้วนมจะรวมกับกาแฟได้ดีมากๆ ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวล หอมนมเป็นหลัก แถมยังเป็นผืนผ้าใบชั้นดีสำหรับการทำลาเต้อาร์ตด้วยนะ
คาปูชิโน่: นมกับฟองเท่าๆ กัน
คาปูชิโน่จะต่างกับลาเต้ตรงที่เน้นฟองนมหนาขึ้นมาอีกหน่อยค่ะ สัดส่วนที่ฉันชอบคือ เอสเพรสโซ่ 1-2 ช็อตเหมือนเดิม แต่ใช้นมสตีมประมาณ 120-150 มล. และที่สำคัญคือฟองนมต้องหนาประมาณ 1.5 - 2 ซม. บางคนอาจจะชอบหนากว่านี้ก็ได้นะ แต่หลักๆ คือเราจะได้รสชาติกาแฟที่เข้มข้นขึ้นมาหน่อย เพราะมีนมและฟองนมรวมกันในปริมาณที่น้อยกว่าลาเต้ ทำให้ได้สัมผัสที่เบากว่า นุ่มฟูกว่าค่ะ
แฟลตไวท์: กาแฟเข้ม นมน้อย ฟองละเอียด
แฟลตไวท์นี่แหละที่หลายคนสับสนบ่อยๆ เพราะมันดูคล้ายลาเต้มากๆ แต่จริงๆ แล้วต่างกันที่ความเข้มข้นของกาแฟและเนื้อสัมผัสของนมค่ะ แฟลตไวท์มักจะใช้ดับเบิลช็อตเอสเพรสโซ่ (ประมาณ 60 มล.) เป็นพื้นฐาน ซึ่งเข้มกว่าลาเต้หรือคาปูชิโน่ทั่วไปที่อาจใช้แค่ช็อตเดียว ส่วนนมจะใช้นมสตีมที่เนียนละเอียดมากๆ มีฟองนมที่บางแทบจะมองไม่เห็น หรือถ้ามีก็แค่บางๆ เหมือนลาเต้เลยค่ะ ปริมาณนมจะประมาณ 120-150 มล. ทำให้ได้รสชาติกาแฟที่ชัดเจน เข้มข้น แต่ยังคงความนุ่มนวลของนมไว้ ซึ่งเป็นอะไรที่ฉันชอบมากสำหรับวันไหนที่อยากได้กาแฟเข้มๆ แต่ก็ยังอยากได้ความละมุนจากนมอยู่
เคล็ดลับการสตีมนมให้ได้เนื้อสัมผัสที่ใช่
ไม่ว่าจะทำแก้วไหน สิ่งสำคัญที่สุดคือการสตีมนมค่ะ ต้องสตีมนมให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสม (ประมาณ 60-65 องศาเซลเซียส) และต้องรู้จัก "Aeration" หรือการเติมอากาศตอนต้นให้นมขึ้นฟองตามที่เราต้องการ ถ้าอยากได้ฟองเยอะๆ แบบคาปูชิโน่ก็ให้เติมอากาศนานหน่อย แต่ถ้าอยากได้ฟองบางๆ เน้นนมเนียนๆ แบบลาเต้หรือแฟลตไวท์ก็เติมอากาศแป๊บเดียวพอ จากนั้นก็วนนมให้เข้ากันจนเนียนเป็นเงา ลองดูเทคนิคละเอียดๆ ในบทความ ลาเต้ คาปูชิโน่ แฟลตไวท์ ต่างกันตรงไหน และสัดส่วนนมที่ทำให้รสไม่เหมือนกัน เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัดส่วนแต่ละแก้วนะคะ
หลังจากที่ลองผิดลองถูกกับการชงกาแฟนมมาหลายครั้ง ตอนนี้ฉันก็ไม่เคยสับสนอีกต่อไปแล้วค่ะ การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละแก้วไม่เพียงแต่ทำให้ชงกาแฟได้อร่อยขึ้น แต่ยังทำให้เราสั่งกาแฟที่ร้านได้ตรงใจมากขึ้นด้วยค่ะ ลองเอาไปปรับใช้กับการชงกาแฟที่บ้านของคุณดูนะคะ รับรองว่าได้กาแฟแก้วโปรดที่ลงตัวแน่นอน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น