พิมพ์เค้กสารพัดแบบ: ซิลิโคน อะลูมิเนียม เหล็กหล่อ ใช้จริงเป็นไง

พิมพ์เค้กซิลิโคน อลูมิเนียม และเหล็กหล่อ แต่ละแบบให้ผลต่างกันยังไงในครัวจริง

ถ้าใครชอบทำขนมอบ โดยเฉพาะเค้ก พาย หรือขนมปัง คงคุ้นเคยกับพิมพ์อบขนมดีเนอะ แต่รู้ไหมว่าวัสดุที่ต่างกันอย่างซิลิโคน อะลูมิเนียม หรือเหล็กหล่อเนี่ย ให้ผลลัพธ์ต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะ

สมัยก่อนตอนเริ่มอบขนมใหม่ ๆ เราเคยเจอปัญหาบ่อยมาก ขนมออกมาสีซีดบ้าง ก้นไหม้บ้าง หรือไม่ก็ติดพิมพ์จนเละเทะไปหมด พอมานั่งสังเกตและลองผิดลองถูกดูถึงได้รู้ว่า "พิมพ์" นี่แหละตัวแปรสำคัญที่หลายคนมองข้าม วันนี้เลยจะมาเล่าประสบการณ์ตรงให้ฟังว่าแต่ละแบบมันต่างกันยังไง และเราควรเลือกใช้แบบไหนถึงจะได้ขนมที่ถูกใจ

1. พิมพ์ซิลิโคน: สะดวกสบาย แต่ต้องระวังเรื่องสี

พิมพ์ซิลิโคนนี่เป็นที่นิยมมากสำหรับมือใหม่ เพราะใช้งานง่าย ไม่ต้องทาไขมันหรือโรยแป้งเยอะแยะก็แทบไม่ติดพิมพ์เลย แถมล้างง่าย เก็บง่าย ม้วน ๆ พับ ๆ ได้อีกต่างหาก

  • เรื่องความร้อนและการกระจายความร้อน: พิมพ์ซิลิโคนเป็นฉนวนความร้อนที่ไม่นำความร้อนดีเท่าโลหะเลย ทำให้ขนมสุกช้ากว่า และสีขนมที่ได้มักจะซีดกว่า ถ้าอยากให้สีสวย ต้องเพิ่มอุณหภูมิเตาอบขึ้นประมาณ 10-15 องศาเซลเซียส จากสูตรปกติ และอาจจะต้องอบนานขึ้นเล็กน้อย
  • การแกะพิมพ์: ข้อดีคือแกะง่ายมาก แค่งอ ๆ บิด ๆ ขนมก็หลุดออกมาแล้ว เหมาะกับขนมที่ต้องการรูปทรงสวยงาม หรือขนมที่มีรายละเอียดเยอะ ๆ อย่างมัฟฟินหรือคัพเค้ก
  • ข้อควรระวัง: ด้วยความที่มันนิ่ม เวลาใส่ส่วนผสมเหลว ๆ หรือยกเข้าเตาอบต้องระวังหน่อย เพราะพิมพ์มันจะย้วยง่าย อาจจะต้องวางบนถาดอบอีกชั้นเพื่อพยุงทรง

2. พิมพ์อะลูมิเนียม: พระเอกของงานเบเกอรี่

พิมพ์อะลูมิเนียมเป็นพิมพ์ที่เราใช้บ่อยที่สุด เพราะมันให้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและเชื่อถือได้

  • เรื่องความร้อนและการกระจายความร้อน: อะลูมิเนียมนำความร้อนได้ดีมาก และกระจายความร้อนได้ทั่วถึง ทำให้ขนมสุกพร้อมกันทั้งชิ้น และที่สำคัญคือให้สีผิวที่สวยงามกำลังดี ไม่ซีดเกินไปและไม่ไหม้ง่ายเกินไป
  • การแกะพิมพ์: ส่วนใหญ่พิมพ์อะลูมิเนียมจะเคลือบสารกันติดมาด้วย ทำให้แกะง่าย แต่ก็ยังต้องทาไขมันและโรยแป้งบาง ๆ อยู่ดีเพื่อความชัวร์ หรือรองด้วยกระดาษไขสำหรับเค้กบางชนิด
  • ชนิดของอะลูมิเนียม: มีทั้งแบบอะลูมิเนียมธรรมดาและแบบ Anodized (อะลูมิเนียมชุบแข็ง) ซึ่งแบบหลังจะทนทานกว่าและนำความร้อนได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ทำให้ขนมมีสีที่สวยงามสม่ำเสมอทั่วทั้งชิ้น ถ้าจะให้เลือก พิมพ์อะลูมิเนียมแบบหนาหน่อยหรือแบบ Anodized จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเยอะเลย

3. พิมพ์เหล็กหล่อ: สำหรับขนมที่ต้องการความกรอบเป็นพิเศษ

พิมพ์เหล็กหล่ออาจจะไม่ใช่พิมพ์ที่คนทั่วไปใช้บ่อยเท่าสองแบบแรก แต่สำหรับขนมบางชนิด มันคือตัวเลือกที่ดีที่สุด

  • เรื่องความร้อนและการกระจายความร้อน: เหล็กหล่อเก็บความร้อนได้ดีมาก และจะร้อนจัดมาก ๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยา Maillard ได้ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสีน้ำตาลทองและความกรอบให้กับผิวขนม เหมาะกับขนมที่ต้องการผิวด้านนอกที่กรอบเป็นพิเศษ เช่น ขนมปังกรอบ พาย หรือคอร์นเบรด
  • การแกะพิมพ์: พิมพ์เหล็กหล่อที่ไม่เคลือบสารกันติดจะต้อง "seasoning" ก่อนใช้ เพื่อสร้างชั้นฟิล์มกันติดจากน้ำมัน ซึ่งต้องทำเป็นประจำเพื่อรักษาสภาพ และจำเป็นต้องทาน้ำมัน/ไขมันเยอะหน่อยก่อนอบ
  • ข้อควรระวัง: พิมพ์เหล็กหล่อหนักมาก และต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษเพื่อป้องกันสนิม ต้องล้างและเช็ดให้แห้งสนิททันทีหลังใช้ทุกครั้ง

ทริคติดตัวที่เราใช้จริง

จากการลองผิดลองถูกมาเยอะ เรามีทริคง่าย ๆ ที่ใช้ประจำ:

  1. พิมพ์ซิลิโคน: ใช้กับมัฟฟิน คัพเค้ก หรือขนมที่ต้องการความยืดหยุ่นในการแกะ และเวลาอบ จะเพิ่มอุณหภูมิเตาอบขึ้น 10-15 องศาเซลเซียส หรืออบนานขึ้น 5-10 นาที
  2. พิมพ์อะลูมิเนียม: นี่คือพิมพ์หลักสำหรับเค้ก คุกกี้ และขนมปังส่วนใหญ่ ใช้ตามอุณหภูมิและเวลาในสูตรได้เลย ถ้าเป็นไปได้เลือกแบบหนาหน่อย หรือแบบ Anodized จะดีมาก
  3. พิมพ์เหล็กหล่อ: เก็บไว้ใช้กับขนมที่ต้องการผิวกรอบ หรือขนมปังที่มีเปลือกหนา

จะเห็นว่าพิมพ์แต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป การเลือกใช้ให้ถูกกับชนิดของขนมและผลลัพธ์ที่ต้องการจึงสำคัญมาก ถ้าอยากได้ข้อมูลเปรียบเทียบเชิงลึกและรายละเอียดเพิ่มเติม ลองไปดูที่ KitzYou ได้เลยนะ เขามีข้อมูลดี ๆ อีกเพียบเกี่ยวกับอุปกรณ์ในครัว ที่ช่วยให้เราเลือกซื้อของได้ตรงใจมากขึ้นเยอะ

ความคิดเห็น

KitzYou — บทความและคู่มือเลือกซื้อ