
สารภาพเลยว่าเมื่อก่อนฉันนี่แหละที่เป็นคนหนึ่งที่ชอบซื้อเครื่องแกงสำเร็จรูปมาตุนไว้ในตู้เย็นเยอะ ๆ เพราะคิดว่ามันสะดวกดี อยากทำอะไรก็หยิบออกมาใช้ได้เลย แต่พอใช้ไปได้แค่ไม่กี่วัน พริกแกงก็เปลี่ยนสี กะปิก็เริ่มมีกลิ่นแปลก ๆ น้ำพริกเผาก็แข็งโป๊กจนตักแทบไม่ออก บางทีก็ถึงขั้นเสียจนต้องทิ้งไปทั้งกระปุก เสียดายเงิน เสียดายของมาก ๆ เลยนะ! จนกระทั่งฉันเริ่มหันมาสนใจเรื่องการเก็บวัตถุดิบเหล่านี้อย่างจริงจัง ก็เลยได้เจอเคล็ดลับดี ๆ ที่อยากมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ชาวครัวได้ลองนำไปใช้กันดูค่ะ
ทำไมพริกแกง กะปิ น้ำพริกเผา ถึงเสียเร็วในตู้เย็น?
ฉันเคยสงสัยมากว่าทำไมของพวกนี้ถึงอยู่ได้ไม่นาน ทั้งที่ก็แช่ตู้เย็นแล้วแท้ ๆ พอมาศึกษาดูก็เข้าใจว่ามันมีปัจจัยหลัก ๆ อยู่ไม่กี่อย่างค่ะ
- ความชื้นและอากาศ: เครื่องแกง กะปิ หรือน้ำพริกเผา ส่วนใหญ่จะมีความชื้นเป็นส่วนประกอบหลัก และเมื่อสัมผัสกับอากาศบ่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน ทำให้สี กลิ่น และรสชาติเปลี่ยนไป แถมยังเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียได้ง่ายด้วย
- การปนเปื้อน: บางทีเราใช้ช้อนที่เปื้อนน้ำหรืออาหารอื่น ๆ ไปตัก ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าไปปนเปื้อนได้ง่าย
- อุณหภูมิที่ไม่คงที่: การเปิดปิดตู้เย็นบ่อย ๆ ทำให้อุณหภูมิภายในไม่คงที่ ซึ่งก็ส่งผลต่ออายุการเก็บรักษาวัตถุดิบเหล่านี้ได้เช่นกัน
ขวดโหลแก้วสุญญากาศช่วยได้จริงเหรอ?
จากประสบการณ์ตรงของฉัน ต้องบอกเลยว่า ขวดโหลแก้วสุญญากาศ เป็นตัวช่วยที่เวิร์คมาก ๆ ค่ะ
วิธีการเก็บพริกแกงให้สดใหม่
สำหรับพริกแกง ไม่ว่าจะเป็นพริกแกงเผ็ด พริกแกงเขียวหวาน หรือพริกแกงมัสมั่น หลังจากซื้อมาหรือตำเองแล้ว สิ่งที่ฉันทำคือ
- แบ่งเป็นส่วน ๆ: ฉันจะแบ่งพริกแกงออกเป็นปริมาณที่พอใช้ในแต่ละครั้ง (ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ) แล้วห่อด้วยพลาสติกแรปให้แน่นหนาที่สุดเท่าที่จะทำได้
- ใส่ขวดโหลสุญญากาศ: นำห่อพริกแกงที่แบ่งไว้แล้วใส่ลงในขวดโหลแก้วสุญญากาศ จากนั้นก็ปิดฝาให้สนิทและดูดอากาศออกให้หมดเท่าที่จะทำได้ การทำแบบนี้จะช่วยลดการสัมผัสอากาศได้มาก
- แช่แข็ง: แทนที่จะแช่แค่ช่องธรรมดา ฉันจะนำขวดโหลที่บรรจุพริกแกงไปแช่ช่องฟรีซเลยค่ะ วิธีนี้ทำให้พริกแกงอยู่ได้นานเป็นเดือน ๆ เลยนะ พอจะใช้ก็แค่เอาออกมาทิ้งไว้ให้คลายความเย็นสักพัก หรือจะเอาเข้าไมโครเวฟไฟอ่อน ๆ แป๊บเดียวก็ได้แล้วค่ะ สี กลิ่น รสชาติยังเหมือนเดิมเป๊ะ!
เคล็ดลับเก็บกะปิไม่ให้มีกลิ่นหืน
กะปิเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่เสียเร็วมาก และมีกลิ่นแรง ถ้าเก็บไม่ดีจะทำให้ตู้เย็นมีกลิ่นไปหมด
- กดกะปิให้แน่น: หลังจากใช้กะปิเสร็จแล้ว ให้ใช้ช้อนกดกะปิที่เหลือในกระปุกให้แน่นที่สุด ไล่อากาศออกให้หมด
- ปิดหน้าด้วยพลาสติก: ฉันจะใช้พลาสติกแรปแผ่นเล็ก ๆ วางลงไปบนผิวกะปิโดยตรง แล้วกดให้แนบสนิท เพื่อไม่ให้อากาศเข้าไปสัมผัสผิวกะปิโดยตรง
- ใส่ขวดโหลสุญญากาศ: นำกระปุกกะปิที่ห่อพลาสติกแล้วใส่ลงในขวดโหลแก้วสุญญากาศอีกชั้น แล้วดูดอากาศออกให้หมด การทำแบบนี้ช่วยลดกลิ่นกะปิที่ฟุ้งในตู้เย็นได้ดีมาก และกะปิก็ยังคงความสดใหม่ ไม่เปลี่ยนสี ไม่หืนง่ายด้วยค่ะ
เก็บน้ำพริกเผาไม่ให้แข็งกระด้าง
น้ำพริกเผาก็เป็นอีกอย่างที่เจอปัญหาบ่อย ๆ คือพอเปิดใช้ไม่นานก็เริ่มแข็งด้านบน ตักยากมาก
- ราดน้ำมัน: หลังจากตักน้ำพริกเผาออกมาใช้แล้ว ให้ใช้น้ำมันพืชธรรมดา (ไม่ต้องเยอะมาก) ราดลงไปบนผิวน้ำพริกเผาให้ทั่ว พอเคลือบหน้าไว้บาง ๆ
- ปิดฝาให้สนิท: ถ้าเป็นกระปุกเดิมที่มีฝาอยู่แล้วก็ปิดให้สนิท แต่ถ้าอยากให้ดีขึ้นอีก ให้ย้ายมาใส่ขวดโหลแก้วสุญญากาศ แล้วปิดฝาดูดอากาศออก เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำพริกเผาสัมผัสกับอากาศโดยตรง
วิธีนี้จะช่วยให้น้ำพริกเผายังคงความนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง และเก็บไว้ได้นานขึ้นเป็นเดือน ๆ เลยค่ะ
สรุปทริคติดตัวที่ใช้ได้จริง
จากการลองผิดลองถูกมาเยอะ ฉันก็ได้ข้อสรุปว่าการลงทุนกับขวดโหลแก้วสุญญากาศนั้นคุ้มค่ามาก เพราะช่วยยืดอายุวัตถุดิบทำครัวไทยได้จริง ๆ นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือการลดการสัมผัสอากาศให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยการแบ่งส่วน การห่อพลาสติก หรือการดูดอากาศออก และถ้าเป็นไปได้ การแช่แข็งก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับเครื่องแกงบางชนิดค่ะ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันดูนะคะ รับรองว่าวัตถุดิบในครัวจะสดใหม่ น่าใช้ และไม่เสียง่ายอีกต่อไปแน่นอน!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น