
ถ้าพูดถึงเครื่องครัวที่ขาดไม่ได้ในครัวไทย ผมเชื่อว่า “ครก” ต้องเป็นหนึ่งในลิสต์แน่นอน โดยเฉพาะสายตำน้ำพริก หรือทำอาหารที่ต้องมีเครื่องแกงสดๆ สิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดคือ “ครกมันก็คือครก จะต่างอะไรกันนักหนา?” ผมเคยคิดแบบนั้นครับ จนกระทั่งได้ลองใช้ครกมาหลายแบบ หลายวัสดุ ถึงได้รู้ว่ามันต่างกันจริงๆ นะ ไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่เป็นเรื่องรสชาติอาหารและอรรถรสในการทำอาหารเลย
ปัญหาที่เคยเจอคือตอนที่เริ่มหัดทำกับข้าวใหม่ๆ เห็นครกไม้ราคาถูกดีก็ซื้อมา พอตำน้ำพริกทีไรก็มีเศษไม้ปนมาตลอด แถมเนื้อน้ำพริกก็ไม่ค่อยละเอียดเท่าที่อยากได้ พอไปบ้านเพื่อนเห็นเขาใช้ครกหิน ตำน้ำพริกทีเสียงดังโขลกๆ แต่เนื้อน้ำพริกออกมาเนียนกริบ แบบนั้นเลยทำให้ผมต้องกลับมาคิดใหม่ และเริ่มศึกษาจริงจังว่าครกแต่ละชนิดมันมีข้อดีข้อเสียยังไงบ้าง
ครกหิน: คู่ใจสายตำหนัก
จากประสบการณ์ตรง ครกหินนี่แหละคือที่สุดของสายตำน้ำพริก หรือเครื่องแกงที่ต้องการความละเอียดมากๆ อย่างครกหินอ่างศิลา ผมใช้มาเป็นสิบปีแล้ว ทนทานมากไม่มีแตกหักง่ายๆ ข้อดีคือเนื้อหินมันมีรูพรุนน้อย ทำให้ไม่ดูดซับกลิ่นและสีของอาหาร ตำอะไรก็ไม่ปนกัน ข้อสำคัญคือมันหนักและแข็งแรง เวลาตำน้ำพริกเนื้อจะละเอียดเนียนถึงเครื่องจริงๆ แถมเสียงตำก็ฟังดูขลังได้อารมณ์ครัวไทยแท้ๆ แต่ต้องระวังเรื่องน้ำหนัก มันหนักมากจริงๆ ครับ เวลาจะเคลื่อนย้ายต้องออกแรงเยอะหน่อย และราคาจะสูงกว่าครกประเภทอื่นพอสมควร แนะนำว่าถ้าคุณเป็นสายทำอาหารจริงจัง ลงทุนกับครกหินดีๆ ไปเลยคุ้มค่าแน่นอน
ครกดิน: สำหรับตำเบาๆ เน้นกลิ่นหอม
ครกดินเผา หรือครกอีสาน ส่วนใหญ่จะเห็นเขาใช้ตำส้มตำกัน ด้วยความที่เนื้อดินมีความพรุนสูง ครกดินจะซึมซับกลิ่นของเครื่องปรุงได้ดี ทำให้เวลาตำอาหารพวกส้มตำหรือยำ จะได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการตำด้วยครกหิน แต่ด้วยความที่เนื้อดินไม่ได้แข็งเท่าหิน เวลาตำเครื่องแกงที่ต้องละเอียดมากๆ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่า แถมต้องระวังเรื่องการดูแลเป็นพิเศษ เพราะถ้าทำตกแตกง่าย และถ้าล้างไม่สะอาดอาจจะเกิดเชื้อราได้ง่ายกว่าครกหิน ผมเคยใช้ตำน้ำพริกครั้งหนึ่งแล้วรู้สึกว่าเนื้อน้ำพริกมันติดครกเยอะไปหน่อย และความละเอียดก็ไม่เท่าครกหิน เลยคิดว่าครกดินเหมาะกับงานเบาๆ ที่เน้นการคลุกเคล้ามากกว่าการโขลกให้ละเอียดครับ
ครกไม้: สวยงาม แต่ต้องเลือกให้ดี
ครกไม้มีหลายแบบ ทั้งครกไม้เนื้อแข็งและเนื้ออ่อน ข้อดีคือมันเบา เคลื่อนย้ายง่าย และสวยงามดูเป็นธรรมชาติ แต่จากที่เคยใช้ครกไม้เนื้ออ่อนตำน้ำพริกมาแล้ว พบว่ามีปัญหาเศษไม้ปนมาในอาหารบ่อยครั้งครับ แถมการดูแลรักษาก็ยาก เพราะไม้จะดูดซับกลิ่นและน้ำมันได้ง่าย ทำให้เกิดกลิ่นอับหรือราขึ้นได้ ถ้าจะเลือกใช้ครกไม้จริงๆ แนะนำให้เลือกครกไม้เนื้อแข็งอย่างไม้ประดู่ หรือไม้พยุง ที่มีเนื้อแน่นและผ่านการอบมาอย่างดี จะช่วยลดปัญหาเศษไม้ปน และทนทานขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังต้องดูแลเรื่องความสะอาดและแห้งอยู่เสมอครับ สำหรับผม ครกไม้เหมาะกับการตำเครื่องเทศแห้งๆ หรือบดสมุนไพรเบาๆ มากกว่าการตำน้ำพริกหนักๆ ครับ
ทริคติดตัว: เลือกครกให้ถูกกับจริตการทำอาหาร
สรุปง่ายๆ คือ ถ้าเป็นสายตำน้ำพริก เครื่องแกง หรืออะไรที่ต้องละเอียดและเนียนจริงๆ ผมแนะนำครกหินแบบไม่มีลังเลเลยครับ ลงทุนทีเดียวใช้ได้ยาวๆ ไม่ต้องมานั่งเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ แถมได้รสชาติและเนื้อสัมผัสของอาหารที่ดีที่สุด ส่วนใครที่เน้นตำส้มตำ ยำต่างๆ ครกดินก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าชอบความเบา สวยงาม และใช้ตำของแห้งๆ ครกไม้ก็ตอบโจทย์ได้ครับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกให้ถูกกับการใช้งานของเราครับ อ่านฉบับเต็มเกี่ยวกับครกแต่ละชนิดเพิ่มเติมได้ที่ KitzYou เพื่อจะได้ตัดสินใจเลือกครกที่ใช่สำหรับครัวของคุณ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น