
สารภาพเลยว่าเมื่อก่อนฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ทำแก้วไวน์แตกบ่อยมาก ทั้งที่ก็พยายามระวังแล้วนะ แต่มันก็ยังหักคา ล้างๆ อยู่ดีๆ ก็ร่วงกราว หรือไม่ก็ขอบบิ่นง่ายซะเหลือเกิน จนบางทีก็คิดว่าสงสัยไม่มีดวงกับแก้วไวน์สวยๆ มั้ง
แต่หลังจากได้ลองผิดลองถูกมาเยอะ ยอมรับเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องของโชคเลยค่ะ แต่เป็นเรื่องของการเลือกแก้ว การใช้งาน และวิธีดูแลที่ถูกต้องนี่แหละ พอปรับจุดเล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อยๆ ตอนนี้แก้วไวน์ที่บ้านก็อยู่ยงคงกระพันขึ้นเยอะมาก
เลือกแก้วยังไงให้เหมาะกับการใช้งาน?
อันดับแรกเลยคือเรื่องวัสดุ แก้วไวน์ส่วนใหญ่ทำจากคริสตัล ซึ่งมีทั้งแบบ Lead-free Crystal (ปราศจากสารตะกั่ว) และแบบที่มีสารตะกั่วผสมอยู่บ้าง แก้วคริสตัลแบบ Lead-free จะทนทานกว่า น้ำหนักเบากว่า และมีความใสเป็นประกายใกล้เคียงกัน ที่สำคัญคือปลอดภัยกว่าด้วย
- ความหนาของแก้ว: สังเกตดูว่าแก้วที่เราเลือกมีความหนาที่เหมาะสมไหม แก้วที่บางเฉียบมากๆ อาจจะดูหรูหรา แต่ก็แตกง่ายกว่าแน่นอน โดยเฉพาะตรงขอบปากแก้ว ให้เลือกที่ขอบปากไม่บางจนเกินไป หรืออย่างน้อยก็เป็นแบบที่ได้รับการเสริมความแข็งแรงมาแล้ว
- รูปทรงและดีไซน์: แก้วไวน์ก้านยาวๆ ดูสง่างามก็จริง แต่ก็เปราะบางตรงรอยต่อระหว่างก้านกับตัวแก้วมาก ถ้าคุณเป็นคนซุ่มซ่ามแบบฉัน ลองพิจารณาแก้วไวน์ก้านสั้น หรือแก้วทรงไม่มีก้าน (stemless) ดูค่ะ มันทนทานกว่าเยอะ และทำความสะอาดง่ายด้วย
ล้างแก้วไวน์ยังไงไม่ให้แตก?
นี่แหละคือจุดเปลี่ยนสำคัญ! เมื่อก่อนฉันก็โยนเข้าเครื่องล้างจานบ้าง ล้างมือแบบไม่ระวังบ้าง ผลคือรอยบิ่น รอยร้าว และการแตกหัก
- ล้างมือเท่านั้น (ถ้าเป็นไปได้): นี่คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับแก้วไวน์ราคาแพงหรือแก้วที่บอบบาง ให้ใช้ฟองน้ำนุ่มๆ หรือแปรงล้างแก้วโดยเฉพาะ ใช้น้ำอุณหภูมิปกติถึงอุ่นเล็กน้อย ไม่ร้อนจัด เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันอาจทำให้แก้วร้าวได้ง่าย และใช้ผลิตภัณฑ์ล้างจานที่ไม่รุนแรง (ดูวิธีดูแลแก้วไวน์เพิ่มเติม)
- ถ้าต้องใช้เครื่องล้างจาน:
- จัดวางให้ถูก: วางแก้วในตำแหน่งที่มั่นคง ไม่ชนกันเองหรือชนกับภาชนะอื่นๆ ควรใช้ชั้นวางสำหรับแก้วไวน์โดยเฉพาะถ้ามี
- ใช้โปรแกรมสำหรับแก้วโดยเฉพาะ: เครื่องล้างจานรุ่นใหม่ๆ มักจะมีโปรแกรม Glass หรือ Delicate ซึ่งจะใช้อุณหภูมิน้ำต่ำกว่าและแรงดันน้ำไม่แรงมาก ช่วยลดความเสี่ยงการแตกได้เยอะค่ะ
- เลือกน้ำยา: ใช้น้ำยาสำหรับเครื่องล้างจานแบบอ่อนโยน และควรเติมน้ำยาปรับสภาพน้ำ (rinse aid) เพื่อป้องกันคราบน้ำและทำให้แก้วแห้งเร็วขึ้น
การจัดเก็บที่ถูกต้องก็สำคัญนะ
แก้วที่ล้างสะอาดแล้วก็ต้องเก็บให้ถูกวิธี ถ้าแขวนก็ให้แขวนโดยที่ขอบปากแก้วหงายขึ้น เพื่อป้องกันฝุ่น และถ้าเป็นไปได้ ให้แขวนแยกจากแก้วอื่นๆ เพื่อลดโอกาสที่แก้วจะกระทบกันเอง ถ้าเก็บในตู้ก็ควรวางบนพื้นผิวที่เรียบเสมอกัน และไม่วางซ้อนกันเด็ดขาดค่ะ
จากประสบการณ์ตรง ฉันว่าการลงทุนกับแก้วไวน์ที่ทนทานขึ้นมาหน่อย การล้างด้วยมืออย่างเบามือ และการจัดเก็บอย่างระมัดระวัง เป็นวิธีที่ได้ผลจริงและคุ้มค่ามากๆ ค่ะ ลองเอาไปปรับใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าแก้วไวน์สวยๆ ของเราจะอยู่กับเราไปได้อีกนานเลย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น