ชามผสมตัวเดียวจบ ไม่ต้องซื้อซ้ำ ลองผิดลองถูกแล้วได้ข้อสรุปนี้

ชามผสมอเนกประสงค์ เลือกขนาดและวัสดุแบบไหนให้ใช้คุ้มจริง ตั้งแต่คลุกยำไปจนถึงเตรียมแป้งทำขนม

ถ้าให้พูดถึงของใช้ในครัวที่ดูธรรมดาแต่โคตรสำคัญ ผมยกให้ ชามผสม เลยครับ ใครเคยต้องวุ่นวายหาชามมาคลุกยำตอนกินข้าวคนเดียว หรือหาชามใหญ่ๆ มาเตรียมแป้งเค้กตอนอบขนม แล้วสุดท้ายก็เจอแต่ชามที่เล็กไปบ้าง ใหญ่ไปบ้าง หรือไม่ก็ไม่เหมาะกับงานนั้นๆ เลย ก็จะเข้าใจดีว่ามันน่าหงุดหงิดแค่ไหน

สมัยก่อนผมก็เป็นแบบนั้นแหละครับ ซื้อชามมาเต็มตู้ แต่พอจะใช้จริงก็ไม่เคยมีอันที่ "ใช่" เลยสักที สุดท้ายต้องไปคว้าหม้อมาใช้บ้าง ชามข้าวบ้าง จนได้ลองผิดลองถูกมาเยอะพอสมควร ถึงได้เจอคำตอบว่าจริงๆ แล้วการเลือกชามผสมมันมีหลักคิดง่ายๆ ที่ช่วยให้เรามีชามที่ใช้คุ้มจริงๆ อยู่ไม่กี่ใบก็พอ

ปัญหาคลาสสิก: ชามไม่พอดีงาน

ปัญหาแรกๆ ที่เจอคือชามเล็กไปสำหรับงานใหญ่ หรือใหญ่ไปสำหรับงานเล็ก ยกตัวอย่างเช่น

  • คลุกยำหรือสลัด: ถ้าชามเล็กไป ผักหรือเนื้อจะหลุดออกมาตอนคลุก เครื่องปรุงก็ไม่ทั่วถึง
  • ตีแป้งเค้ก/ขนมปัง: ชามเล็กจะทำให้แป้งฟุ้งกระจายเลอะเทอะไปหมด ยิ่งถ้าต้องใช้เครื่องตี ยิ่งลำบาก
  • หมักเนื้อ: ถ้าชามใหญ่ไป เนื้อชิ้นเล็กๆ จะจมไปกับน้ำหมัก ทำให้สัมผัสอากาศเยอะเกินไป บางทีก็ไม่ทั่วถึง

จากการลองใช้มาหลายแบบ ผมพบว่าชามขนาดกลางค่อนไปทางใหญ่ (ประมาณ 2-3 ลิตร) เป็นขนาดที่ใช้งานได้บ่อยที่สุด และควรมีติดครัวไว้สัก 1-2 ใบ

วัสดุไหนดีสุด? ขึ้นอยู่กับงาน!

อันนี้เป็นอีกจุดที่หลายคนพลาด เพราะคิดว่าวัสดุไหนก็เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วแต่ละวัสดุมีข้อดีข้อเสียต่างกันชัดเจนมาก

1. สแตนเลส (Stainless Steel)

นี่คือลูกรักของผมเลยครับ น้ำหนักเบา ทนทาน ไม่เป็นสนิม ทำความสะอาดง่าย และที่สำคัญคือ เก็บอุณหภูมิได้ดี เวลาต้องแช่เย็นส่วนผสม หรือตีครีมให้ขึ้นฟู การใช้ชามสแตนเลสที่แช่เย็นมาก่อนช่วยได้เยอะมากครับ

  • ข้อดี: ทนทาน, น้ำหนักเบา, ไม่แตก, เก็บอุณหภูมิได้ดี, เหมาะกับงานที่ต้องใช้เครื่องตี
  • ข้อควรระวัง: เข้าไมโครเวฟไม่ได้ (แน่นอนอยู่แล้ว!), อาจมีรอยขีดข่วนได้ถ้าใช้ตะหลิวโลหะแรงๆ
  • งานที่เหมาะ: ตีแป้ง, ตีไข่, ตีครีม, คลุกส่วนผสมปริมาณเยอะๆ, หมักเนื้อ

2. แก้ว (Glass)

ชามแก้วให้ความรู้สึกหรูหรา มองเห็นส่วนผสมข้างในได้ชัดเจน เหมาะมากกับการเสิร์ฟสลัด หรือเมนูที่อยากโชว์สีสัน อย่างพุดดิ้งหรือเจลลี่

  • ข้อดี: สวยงาม, เข้าไมโครเวฟได้, ล้างง่าย, ไม่ติดกลิ่น, มองเห็นส่วนผสมด้านใน
  • ข้อควรระวัง: หนัก, แตกง่าย, ไม่เหมาะกับงานที่ต้องตีแรงๆ หรือตกหล่นบ่อยๆ
  • งานที่เหมาะ: เสิร์ฟอาหาร, อบในเตาอบ (บางชนิด), อุ่นอาหารในไมโครเวฟ, ละลายเนย

3. พลาสติก (Plastic)

ตัวเลือกที่ถูกที่สุดและเบาที่สุด เหมาะสำหรับงานเบาๆ หรือใครที่ไม่อยากแบกของหนักๆ

  • ข้อดี: น้ำหนักเบามาก, ราคาถูก, ไม่แตกหักง่าย
  • ข้อควรระวัง: อาจติดกลิ่น/สีได้ง่าย (โดยเฉพาะอาหารที่มีสีเข้มหรือกลิ่นแรง), ไม่ทนความร้อนสูง, ไม่เหมาะกับงานที่ต้องใช้เครื่องตีหรือขัดถูรุนแรง, อาจมีสารปนเปื้อนถ้าเลือกชนิดไม่ดี
  • งานที่เหมาะ: ผสมสลัดเบาๆ, เตรียมส่วนผสมแห้ง, เก็บของชั่วคราว

ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่าชามพลาสติกก็พอแล้ว แต่พอมาลองใช้จริงๆ มันไม่ทนทานเท่าสแตนเลส และถ้าใช้ไปนานๆ ก็เริ่มมีรอยขูดขีดที่ทำความสะอาดยาก ทำให้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคได้ง่าย ผมเลยเปลี่ยนมาใช้สแตนเลสเป็นหลักแทนครับ

ทริคติดตัว: ชามน้อยแต่มากประโยชน์

จากประสบการณ์ตรง ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องมีชามผสมเยอะแยะเต็มตู้หรอกครับ แค่มีไม่กี่ใบแต่เลือกให้ถูกงานก็พอแล้ว

  • ชามสแตนเลส ขนาด 3 ลิตร: ใบนี้คือใบโปรด ใช้ได้ตั้งแต่คลุกยำ 2-3 ที่ ไปจนถึงตีแป้งเค้ก 1 ปอนด์กำลังดี ถ้ามีที่จับกับฐานกันลื่นด้วยจะยิ่งเลิศ
  • ชามสแตนเลส ขนาด 5 ลิตร: สำหรับงานใหญ่ขึ้นมาหน่อย เช่น เตรียมแป้งขนมปัง, ผสมสลัดเลี้ยงคนเยอะๆ หรือหมักเนื้อสัตว์ปริมาณมาก คู่มือจาก KitzYou มีข้อมูลละเอียดเรื่องขนาดของชามแต่ละแบบให้คุณเลือกซื้อได้ตรงกับการใช้งานจริง
  • ชามแก้ว ขนาด 1.5-2 ลิตร: เอาไว้สำหรับงานที่ต้องเข้าไมโครเวฟ หรือเสิร์ฟอาหารที่ต้องการความสวยงาม

แค่นี้ก็ครอบคลุมการใช้งานในครัวได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ ไม่ต้องเปลืองเงินซื้อซ้ำ ไม่ต้องปวดหัวหาชามไม่เจออีกต่อไป ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าชีวิตในครัวมันง่ายขึ้นเยอะจริงๆ

ความคิดเห็น

KitzYou — บทความและคู่มือเลือกซื้อ