จัดตู้เย็นไม่ให้เหม็นอับ: ทริคเด็ดจากคนทำครัวจริง

จัดระเบียบตู้เย็นให้ถูกโซน แยกช่องผัก เนื้อสัตว์ อาหารพร้อมทาน ลดกลิ่นอับและยืดอายุอาหารได้จริง

สารภาพเลยว่าเมื่อก่อนตู้เย็นบ้านเรานี่แหละคือแหล่งรวมกลิ่นอับตัวจริง ยิ่งเปิดยิ่งเหม็น บางทีผักก็เน่าเร็ว เนื้อสัตว์ก็กลิ่นตุๆ จนต้องทิ้งบ่อยๆ เสียดายของมาก จนวันหนึ่งทนไม่ไหว ต้องลุกขึ้นมาจัดระเบียบตู้เย็นครั้งใหญ่ ลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่ จนตอนนี้บอกเลยว่าตู้เย็นหอมสะอาด และของสดอยู่ได้นานขึ้นเยอะ ใครที่เจอปัญหาคล้ายกัน ลองเอาทริคที่เราใช้ไปปรับดูได้เลยค่ะ

แยกโซนอาหารให้ชัดเจน: ลดกลิ่นตีกัน ยืดอายุของสด

อันดับแรกที่เห็นผลชัดเจนที่สุดคือการแยกโซนค่ะ เดิมคือยัดๆ เข้าไปที่ว่าง พอมาลองจัดโซนปุ๊บ ชีวิตดีขึ้นเยอะ

  • ช่องผัก/ผลไม้: เก็บความชื้นให้พอดี

    ผัก ผลไม้ ส่วนใหญ่ชอบความชื้นสูงหน่อย แต่ก็ไม่ถึงกับแฉะเกินไป ตู้เย็นสมัยใหม่จะมีลิ้นชักสำหรับผักผลไม้โดยเฉพาะ (Crisper Drawer) ที่ปรับระดับความชื้นได้ ลองสังเกตปุ่มเลื่อนเล็กๆ ที่ช่องนี้ค่ะ

    • ผักใบเขียว, สมุนไพร: ปรับไปที่ความชื้นสูง (High Humidity) เพื่อไม่ให้ผักเหี่ยวเร็ว เรามักจะห่อด้วยกระดาษทิชชูสำหรับอาหารแล้วใส่ถุงซิปล็อกอีกที ช่วยคงความสดได้นานขึ้นไปอีก
    • ผลไม้, ผักราก: ปรับไปที่ความชื้นต่ำ (Low Humidity) เพื่อป้องกันการเน่าเสียเร็วเกินไป ผลไม้บางชนิดปล่อยก๊าซเอทิลีนที่เร่งให้ผักผลไม้อื่นสุกเร็วขึ้น ควรแยกเก็บใส่ถุงหรือภาชนะปิดต่างหาก (เช่น แอปเปิล กล้วย มะเขือเทศ)

    เคล็ดลับคืออย่าล้างผักผลไม้ก่อนเก็บค่ะ ให้ล้างเฉพาะตอนจะใช้ เพราะความชื้นที่เกาะอยู่หลังล้างจะเร่งให้เน่าเร็วขึ้น

  • ช่องเนื้อสัตว์/อาหารทะเล: เย็นจัดที่สุด

    ส่วนที่เย็นที่สุดของตู้เย็นมักจะเป็นชั้นล่างสุด หรือช่องแช่เนื้อโดยเฉพาะ อุณหภูมิที่เหมาะสมคือประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย เราจะแบ่งเนื้อสัตว์เป็นส่วนๆ ใส่ถุงซิปล็อกหรือกล่องพลาสติกแบบมีฝาปิดสนิท แยกประเภทให้ชัดเจน (หมู ไก่ ปลา) เพื่อป้องกันน้ำจากเนื้อสัตว์หยดลงไปปนเปื้อนอาหารอื่นๆ และลดกลิ่นคาวไม่ให้ฟุ้งไปทั่วตู้เย็น ถ้าจะเก็บนานก็ต้องเป็นช่องฟรีซเท่านั้นค่ะ

  • อาหารพร้อมทาน/อาหารปรุงสุก: ชั้นบนสุดหรือกลางๆ

    อาหารที่ปรุงสุกแล้ว หรืออาหารที่ซื้อมาพร้อมทาน ควรเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด และวางไว้ในชั้นบนๆ หรือชั้นกลางๆ ของตู้เย็น เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเนื้อสัตว์ดิบที่อยู่ด้านล่าง ควรปล่อยให้อาหารเย็นลงก่อนที่จะนำเข้าตู้เย็น เพื่อไม่ให้อุณหภูมิในตู้เย็นสูงขึ้นและสิ้นเปลืองพลังงานค่ะ

กำจัดกลิ่นอับแบบยั่งยืน

นอกจากจัดโซนแล้ว การจัดการกลิ่นก็สำคัญค่ะ

  • เบกกิ้งโซดาตัวช่วย:

    เราเอาเบกกิ้งโซดาใส่ถ้วยเล็กๆ แล้ววางไว้ในตู้เย็น 1-2 จุด ช่วยดูดซับกลิ่นอับได้ดีมาก เปลี่ยนทุก 1-2 เดือน หรือเมื่อรู้สึกว่ากลิ่นเริ่มกลับมา

  • กากกาแฟ:

    บางทีก็ใช้กากกาแฟที่ตากแห้งแล้วใส่ถ้วยเล็กๆ วางไว้เหมือนกันค่ะ ให้ผลดีไม่แพ้กัน แถมได้กลิ่นกาแฟอ่อนๆ แทนกลิ่นอับ

  • มะนาวซีก:

    บางครั้งก็ใช้มะนาวผ่าครึ่งวางไว้ในตู้เย็น ช่วยให้มีกลิ่นหอมสดชื่น

สรุปทริคติดตัวที่ใช้ได้จริง

หลังจากลองปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ ตอนนี้ตู้เย็นที่บ้านเราสะอาด มีระเบียบ และไม่มีกลิ่นอับอีกเลย แถมยังช่วยให้วัตถุดิบต่างๆ อยู่ได้นานขึ้น ประหยัดเงินไปได้เยอะเลยค่ะ ใครอยากปรับปรุงตู้เย็นที่บ้านให้ดีขึ้น ลองอ่านบทความอื่นๆ ใน KitzYou ดูนะคะ มีทริคดีๆ อีกเพียบเลย

สิ่งสำคัญคือต้องทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำค่ะ อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือเมื่อมีคราบสกปรก คราบน้ำต่างๆ เช็ดให้แห้งสนิทก่อนจัดเก็บของกลับเข้าไป แค่นี้ตู้เย็นของคุณก็จะน่าใช้ขึ้นเยอะแล้วค่ะ

ความคิดเห็น

KitzYou — บทความและคู่มือเลือกซื้อ