
สารภาพเลยว่าเมื่อก่อนเคยท้อกับการเก็บของแห้งมาก โดยเฉพาะตระกูลถั่ว งา หรือแม้แต่เห็ดหอมแห้ง ซื้อมาแพง ๆ ไม่ทันไรก็เจอทั้งมอด ทั้งรา ขึ้นหืน จนต้องทิ้งไปหลายรอบ แรก ๆ ก็คิดว่าตัวเองไม่ค่อยมีดวงกับของแห้งพวกนี้ แต่พอได้ลองปรับวิธีเก็บ ปัญหาพวกนี้ก็หายไปเลยค่ะ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ทริคที่ลองผิดลองถูกมาแล้วได้ผลจริง
1. เรื่องความชื้นคือตัวการใหญ่: ดูแลตั้งแต่เปิดถุงแรก
ปัจจัยแรกที่ทำให้ของแห้งเราเสียเร็วคือ "ความชื้น" ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความชื้นในอากาศ หรือความชื้นที่ติดมากับของที่เราใช้ตัก สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ:
- ตักเท่าที่ใช้: ถ้าต้องใช้ช้อนตัก ให้ใช้ช้อนแห้งสนิทเท่านั้น และตักออกมาในปริมาณที่ต้องการใช้จริง ๆ พยายามอย่าตักกลับคืนเข้าภาชนะเดิม
- หลีกเลี่ยงการเปิดทิ้งไว้: พอใช้เสร็จแล้วให้รีบปิดภาชนะให้สนิททันที อย่าเปิดทิ้งไว้นาน ๆ
- ภาชนะกันชื้น: การเลือกใช้ภาชนะที่ปิดสนิทจริง ๆ สำคัญมาก ส่วนตัวชอบใช้กระปุกแก้วแบบมีซีลยางรอบฝา หรือกระปุกพลาสติกแบบสุญญากาศ เพราะช่วยกักเก็บความสดใหม่ได้ดีกว่าถุงซิปล็อกธรรมดาเยอะ
2. อุณหภูมิสำคัญกว่าที่คิด: ตู้เย็นไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป
หลายคนอาจจะคิดว่าเอาของแห้งไปแช่ตู้เย็นจะช่วยยืดอายุได้ ซึ่งก็จริงบางกรณี แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง:
- ถั่วและงา: ถ้าเก็บในปริมาณไม่เยอะและใช้ไม่บ่อย การเก็บในตู้เย็นหรือช่องฟรีซ (ใส่ถุงซิปล็อกกันความชื้นเข้าไป) จะช่วยชะลอการเหม็นหืนได้ดีมาก แต่ข้อควรระวังคือ ก่อนนำมาใช้ ให้เอาออกมาวางพักให้คลายเย็นถึงอุณหภูมิห้องก่อน จะช่วยลดการเกิดหยดน้ำเกาะ ซึ่งอาจทำให้เกิดราได้
- เห็ดหอมแห้ง: อันนี้ห้ามแช่ตู้เย็นเด็ดขาดค่ะ! เพราะความชื้นในตู้เย็นจะทำให้เห็ดหอมดูดซับความชื้นและขึ้นราได้ง่ายมาก ทางที่ดีคือเก็บในภาชนะปิดสนิท ในที่แห้งและเย็น อุณหภูมิห้องปกติก็พอแล้วค่ะ
3. สภาพแวดล้อมการจัดเก็บ: ห้องครัวไม่ได้เหมาะกับทุกสิ่ง
ถึงแม้จะเป็นของแห้ง แต่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก็มีผลไม่แพ้กัน:
- ห่างไกลความร้อน: อย่าวางภาชนะเก็บของแห้งใกล้เตาแก๊ส ไมโครเวฟ หรือหน้าต่างที่โดนแดดโดยตรง เพราะความร้อนจะเร่งให้เกิดการเหม็นหืนและทำให้เสียเร็วขึ้น
- มืดและแห้ง: พยายามเก็บในตู้หรือลิ้นชักที่ปิดมิดชิด ไม่โดนแสงแดดโดยตรง และไม่มีความชื้นสะสม
4. มอดตัวร้าย: จัดการยังไงไม่ให้มาเยือน
มอดเป็นปัญหาคลาสสิกของของแห้งหลายชนิด โดยเฉพาะถั่วและงา วิธีป้องกันมอดที่ได้ผลคือ:
- แช่แข็งก่อนเก็บ: บางคนใช้วิธีนำถั่วหรืองาที่ซื้อมาใหม่ ๆ ใส่ถุงซิปล็อกแล้วนำไปแช่ช่องฟรีซประมาณ 2-3 วัน เพื่อกำจัดไข่มอดที่อาจติดมาตั้งแต่แรก หลังจากนั้นค่อยนำมาเก็บในภาชนะปิดสนิทตามปกติ
- ภาชนะสุญญากาศคือทางออก: การใช้กระปุกสุญญากาศช่วยได้มาก เพราะมอดไม่สามารถเข้าไปวางไข่หรือขยายพันธุ์ได้ ลองอ่านฉบับเต็มเกี่ยวกับวิธีเก็บของแห้งแบบละเอียดได้ที่นี่: ถั่ว งา เห็ดหอมแห้ง เก็บยังไงไม่ให้มอดขึ้น หืน หรือขึ้นรา
สรุปแล้ว ทริคง่าย ๆ ที่ใช้ได้จริงก็คือ "ความสะอาด ความแห้ง และภาชนะที่ปิดสนิท" ค่ะ ถ้าเราดูแล 3 จุดนี้ได้ดี ของแห้งในครัวก็จะอยู่กับเราไปได้นานขึ้น ประหยัดเงิน และไม่ต้องเสียอารมณ์กับการต้องทิ้งของอีกต่อไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น