
เคยเป็นกันไหมคะ เปิดตู้เย็นทีไรก็เจอแต่ของกองสุมกัน มองไม่เห็นว่าอะไรอยู่ตรงไหน จนสุดท้ายก็ลืมไปเลยว่ามีของสิ่งนั้นอยู่ พอจะนึกขึ้นได้อีกทีก็เสียแล้ว ต้องทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
ปัญหาโลกแตกของการจัดตู้เย็นที่หลายคนเจอ คือของที่ซื้อมาเยอะเกินความจำเป็น ทำให้ตู้เย็นแน่นไปหมด พอแน่นแล้วก็หาของไม่เจอ ซื้อซ้ำบ้าง ทิ้งของหมดอายุบ้าง วนลูปอยู่แบบนี้จนท้อใจ
แต่หลังจากที่ลองผิดลองถูกมานานหลายปี ทั้งจัดแบบแบ่งช่องตามสี จัดแบบเรียงสูง ๆ ซ้อนกัน หรือแม้กระทั่งซื้อกล่องมาใส่ของทุกอย่าง ผลลัพธ์ก็คือกลับมารกเหมือนเดิมในเวลาไม่นาน จนกระทั่งมาเจอวิธีจัดตู้เย็นแบบแม่บ้านญี่ปุ่นที่เน้นการใช้งานจริง ทำให้การจัดตู้เย็นกลายเป็นเรื่องง่าย และที่สำคัญคือ ของไม่หาย ไม่หมดอายุทิ้งบ่อย ๆ อีกแล้ว
1. จัดตู้เย็นเป็นโซน: ของที่ใช้บ่อยอยู่หน้า ของที่เก็บนานอยู่หลัง
นี่คือหัวใจสำคัญของการจัดตู้เย็นเลยค่ะ ลองนึกภาพว่าเราเปิดตู้เย็นกี่ครั้งต่อวัน? เกือบทุกครั้งที่เราเปิด เราจะหยิบของที่ใช้บ่อยที่สุดใช่ไหมคะ ดังนั้นการวางของให้ถูกที่จึงเป็นสิ่งจำเป็น
- ประตูตู้เย็น: เหมาะสำหรับวางเครื่องปรุง ซอสต่าง ๆ นม หรือของที่หยิบใช้บ่อย ๆ และมีวันหมดอายุสั้น เพื่อให้มองเห็นและหยิบง่าย
- ชั้นบนสุด: เหมาะสำหรับอาหารพร้อมทาน ของกินเล่น หรือผลไม้ที่กินได้เลย ไม่ต้องปรุงเพิ่ม
- ชั้นกลาง: สำหรับอาหารปรุงสุกที่เหลือ หรือวัตถุดิบที่เตรียมไว้สำหรับทำอาหารในวันถัดไป ควรใส่กล่องใสและปิดฝาให้มิดชิด
- ชั้นล่างสุด: เหมาะสำหรับผัก ผลไม้สด หรือเนื้อสัตว์ที่ยังไม่แกะแพ็กเกจ ควรแยกใส่กล่องลิ้นชักที่มากับตู้เย็น หรือกล่องพลาสติกใสที่มีฝาปิด เพื่อป้องกันกลิ่นและน้ำหยดเลอะเทอะ
ลองใช้กล่องพลาสติกใสแบบมีหูจับมาช่วยจัดระเบียบในแต่ละโซนดูนะคะ จะช่วยให้การหยิบของเข้าออกง่ายขึ้นมาก และยังช่วยให้เห็นของที่อยู่ด้านในชัดเจน ไม่ต้องรื้อหาให้วุ่นวาย
2. กล่องจัดระเบียบ: เลือกให้ถูกประเภท
ไม่ใช่แค่การใช้กล่องอะไรก็ได้นะคะ แต่ต้องเลือกกล่องให้เหมาะสมกับของที่เราจะเก็บด้วย
- กล่องพลาสติกใสแบบมีฝา: สำหรับเก็บอาหารปรุงสุก หรือวัตถุดิบที่ต้องการความสดใหม่ ช่วยป้องกันกลิ่นอาหารไม่ให้ปะปนกัน และรักษาความชื้นได้ดี
- กล่องพลาสติกใสแบบไม่มีฝา (หรือตะกร้า): สำหรับใส่ขวดซอส เครื่องปรุง หรือของที่หยิบใช้บ่อย ๆ บนประตูตู้เย็น หรือชั้นวาง ทำให้หยิบยกออกมาทั้งกล่องได้ง่าย เวลามื้ออาหาร
- ถุงซิปล็อก: เหมาะสำหรับเก็บผักสด หรือเนื้อสัตว์ที่แบ่งเป็นส่วน ๆ เพื่อนำไปแช่แข็ง ช่วยประหยัดพื้นที่และยืดอายุการเก็บรักษา
เคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ คือ ให้ใช้กล่องที่มีขนาดพอดีกับช่องตู้เย็นของเรา และเลือกกล่องที่ซ้อนกันได้ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของให้มากที่สุด
3. "ของใกล้หมดอายุ" อยู่หน้า: ทริคป้องกันการทิ้งของ
อันนี้เป็นทริคที่ได้ผลมาก ๆ เลยค่ะ! เวลาเราซื้อของมาใหม่ ให้เอาของที่ใกล้หมดอายุ หรือของเก่าที่เหลืออยู่ มาวางไว้ด้านหน้าสุด เพื่อให้เราเห็นก่อนและหยิบใช้ก่อน ของใหม่ก็เอาไปวางไว้ด้านหลัง วิธีนี้จะช่วยให้เราใช้ของหมดก่อนที่จะเสีย และไม่ต้องทิ้งบ่อย ๆ อีกต่อไป
นอกจากนี้ การติดป้ายหรือเขียนวันหมดอายุบนกล่องหรือถุง ก็ช่วยได้เยอะมากค่ะ โดยเฉพาะของที่เก็บในช่องฟรีซ เราจะได้รู้ว่าเก็บมานานแค่ไหนแล้ว ควรเอาออกมาใช้เมื่อไหร่ดี
4. ทำความสะอาดสม่ำเสมอ: ตู้เย็นสะอาด ของก็สดใหม่
การจัดระเบียบตู้เย็นจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเราไม่ทำความสะอาดมันเป็นประจำ ลองตั้งเป้าหมายว่าจะเช็ดทำความสะอาดตู้เย็นทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ หรืออย่างน้อยเดือนละครั้งก็ได้ค่ะ แค่ใช้ผ้าชุบน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดอ่อน ๆ เช็ดตามชั้นวางและผนังตู้เย็น ก็ช่วยให้ตู้เย็นดูสะอาดตาและของก็สดใหม่น่ากินมากขึ้นแล้วค่ะ
การจัดตู้เย็นแบบนี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ จากที่เคยทิ้งของบ่อย ๆ ตอนนี้ก็แทบจะไม่ต้องทิ้งอะไรเลย เพราะเห็นของชัดเจนและใช้หมดก่อนหมดอายุเสมอ ใครที่กำลังเจอปัญหาตู้เย็นรก ของหาย ของหมดอายุ ลองเอาวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะคะ รับรองว่าชีวิตในครัวจะดีขึ้นเยอะเลยค่ะ ถ้าอยากอ่านต่อแบบละเอียด สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ จัดระเบียบตู้เย็นสไตล์แม่บ้านญี่ปุ่น
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น