ผักอบกรอบ: ขนมสุขภาพ หรือแค่หลอกตัวเอง?

ผักอบกรอบ สุขภาพดีจริงหรือแค่ขนมที่ใส่คำว่า 'ผัก' ไว้บนซอง

ช่วงที่กำลังลดน้ำหนักหรืออยากหาอะไรกรอบๆ เคี้ยวเพลินๆ แต่ไม่อยากรู้สึกผิด ผักอบกรอบมักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวเลยใช่ไหมคะ? เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ เดินไปซูเปอร์ทีไรก็หยิบตลอด เพราะคิดว่า "เฮ้ย! นี่ผักนะ ยังไงก็ดีกว่าขนมกรุบกรอบทั่วไปอยู่แล้ว" แต่พอทานไปเรื่อยๆ ก็เริ่มสงสัยว่ามันดีจริงอย่างที่คิด หรือแค่โดนคำว่า "ผัก" หลอกตา?

จากประสบการณ์ตรงที่ลองหาข้อมูลและลองชิมมาหลายยี่ห้อ รวมถึงอ่านฉลากอย่างละเอียด จนได้ข้อสรุปว่า ผักอบกรอบมีทั้งดีและไม่ดีค่ะ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลย

1. กระบวนการผลิตสำคัญกว่าที่คิด

ผักอบกรอบที่เราเห็นตามท้องตลาดมีหลายแบบมากๆ ค่ะ

  • แบบทอดสุญญากาศ (Vacuum Frying): วิธีนี้จะใช้ความร้อนต่ำ และลดความดันในกระบวนการทอด ทำให้ผักสูญเสียสารอาหารน้อยกว่าการทอดแบบปกติ แต่ก็ยังมีการอมน้ำมันอยู่บ้างค่ะ ถ้าเป็นยี่ห้อดีๆ เขาจะมีการสลัดน้ำมันออกหลังทอด ทำให้ผักกรอบนานและน้ำมันไม่เยอะเกินไป
  • แบบอบแห้ง (Dehydration/Baking): อันนี้จะดีต่อสุขภาพที่สุด เพราะใช้วิธีอบด้วยลมร้อนหรืออบแห้ง ทำให้ไม่มีน้ำมันเลย แต่ผักที่ได้มักจะกรอบแห้ง ไม่ได้กรอบฟูเหมือนแบบทอด และรสสัมผัสจะต่างกันค่ะ
  • แบบฟรีซดราย (Freeze-drying): เป็นกระบวนการที่แพงที่สุด แต่ก็ดีที่สุดเช่นกัน เพราะใช้วิธีทำให้น้ำในผักกลายเป็นผลึกน้ำแข็งแล้วระเหยออกไปเลย โดยไม่ผ่านกระบวนการความร้อนสูง ทำให้คงคุณค่าทางสารอาหารไว้ได้เกือบครบถ้วน รสชาติและเนื้อสัมผัสจะใกล้เคียงผักสดที่สุดค่ะ

จากที่ลองสังเกตดู ยี่ห้อส่วนใหญ่ที่ขายดีมักจะเป็นแบบทอดสุญญากาศค่ะ เพราะได้รสสัมผัสที่อร่อยถูกปาก แต่ถ้าอยากได้แบบสุขภาพดีจริงๆ ต้องมองหาแบบอบแห้งหรือฟรีซดราย ซึ่งจะราคาสูงกว่าและหาซื้อยากกว่านิดหน่อย

2. สารอาหารที่เหลืออยู่ ไม่ได้เท่าผักสดเป๊ะๆ

ไม่ว่าจะผลิตด้วยวิธีไหน ผักอบกรอบก็สูญเสียวิตามินและแร่ธาตุบางส่วนไปบ้างอยู่ดีค่ะ โดยเฉพาะวิตามินที่ละลายน้ำได้ง่ายอย่างวิตามินซี หรือวิตามินที่ไวต่อความร้อน อย่างไรก็ตาม ไฟเบอร์และแร่ธาตุบางชนิดจะยังคงอยู่ค่อนข้างครบ การทานผักอบกรอบจึงยังพอได้ประโยชน์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ควรใช้แทนผักสดทั้งหมดนะคะ ให้คิดซะว่าเป็นขนมทานเล่นที่ได้ประโยชน์กว่าขนมทั่วไปจะดีกว่า

3. อ่านฉลากโภชนาการให้เป็น ไม่โดนโฆษณาหลอก

นี่คือไม้ตายของเราเลยค่ะ! ก่อนหยิบใส่ตะกร้าทุกครั้ง ให้พลิกดูฉลากโภชนาการด้านหลังทันที สิ่งที่ต้องดูคือ:

  • ปริมาณไขมันและโซเดียม: บางยี่ห้อแม้จะเป็นผักอบกรอบ แต่ก็ใส่เกลือและน้ำมันเยอะมาก เพื่อเพิ่มรสชาติและความอร่อย ฉะนั้นต้องเทียบปริมาณไขมันและโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภคให้ดี ถ้าสูงเกินไปก็เลี่ยงค่ะ
  • น้ำตาล: ผักบางชนิด เช่น ฟักทอง เผือก มันเทศ อาจมีรสหวานในตัวอยู่แล้ว แต่บางยี่ห้อก็เติมน้ำตาลเพิ่มเข้าไปอีกเพื่อความอร่อย ลองดูในส่วนประกอบว่ามีน้ำตาลหรือไม่ และอยู่ในลำดับต้นๆ ของส่วนผสมหรือเปล่า ยิ่งอยู่ต้นๆ ยิ่งเยอะค่ะ
  • ชนิดของน้ำมันที่ใช้: ถ้าเป็นแบบทอดสุญญากาศ ให้ดูว่าใช้น้ำมันอะไร บางยี่ห้อใช้น้ำมันปาล์ม ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวสูง ลองมองหายี่ห้อที่ใช้น้ำมันดีต่อสุขภาพมากขึ้น เช่น น้ำมันรำข้าว หรือน้ำมันมะกอก
  • ส่วนประกอบอื่นๆ: บางทีก็จะมีผงปรุงรส สารกันเสีย หรือสารปรุงแต่งอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามา ถ้าอยากคลีนจริงๆ ก็ควรเลือกแบบที่มีส่วนประกอบน้อยที่สุดค่ะ

เคล็ดลับส่วนตัวคือ เราจะเปรียบเทียบฉลากของหลายๆ ยี่ห้อในหมวดเดียวกันค่ะ ยี่ห้อไหนส่วนประกอบน้อยที่สุด ไขมัน น้ำตาล โซเดียมต่ำสุด ก็จะเลือกอันนั้น ถึงแม้จะแพงกว่านิดหน่อย แต่ก็สบายใจกว่าค่ะ ถ้าอยากรู้ลึกเรื่องการเลือกของกินให้ดีต่อสุขภาพ ลองเข้าไปอ่านบทความดีๆ จาก KitzYou ได้เลยนะคะ มีข้อมูลแน่นๆ เพียบ

สรุปทริคติดตัว: เลือกให้เป็น กินให้พอดี

ผักอบกรอบไม่ใช่ผู้ร้าย แต่ก็ไม่ใช่ฮีโร่ที่จะมาทดแทนผักสดได้ 100% ค่ะ หลักๆ คือต้องเลือกให้เป็น โดยเน้นแบบที่ผ่านกระบวนการอบแห้ง ฟรีซดราย หรือทอดสุญญากาศที่สลัดน้ำมันออกดีแล้ว และที่สำคัญคือต้องอ่านฉลากโภชนาการทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ทานไขมันกับโซเดียมเกินความจำเป็น และสุดท้ายคือ ทานแต่พอดีค่ะ อะไรที่มากเกินไปก็ไม่ดีทั้งนั้น เอาไว้เป็นขนมทานเล่นแก้เบื่อ หรือเติมไฟเบอร์ให้ร่างกายในวันที่เร่งรีบ จะดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็น

KitzYou — บทความและคู่มือเลือกซื้อ