
ถ้าใครชอบทำขนม ทำอาหาร แล้วต้องทาเนย ทาน้ำมันลงบนพิมพ์ หรือบนอาหาร คงจะเจอปัญหาเดียวกับเรา คือแปรงทาเนยมันมีหลายแบบเหลือเกิน ทั้งซิลิโคน ขนสัตว์ ไนลอน ตอนแรกก็คิดว่าอันไหนก็เหมือนกันแหละ หยิบ ๆ มาใช้ไปก่อน ปรากฏว่าไม่จริงเลยค่ะ เคยพลาดมาหลายครั้งแล้ว เสียทั้งเงิน เสียทั้งอารมณ์ตอนทำอาหารนี่แหละ
แปรงซิลิโคน: ตัวเลือกที่คิดว่าดี แต่ไม่เสมอไป
แรก ๆ เรามองว่าแปรงซิลิโคนนี่แหละดีที่สุด เพราะล้างง่าย ไม่เก็บกลิ่น ทนความร้อนได้ดี แต่พอใช้ไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มเจอข้อจำกัดค่ะ
- ข้อดีที่เห็นชัด: ล้างง่ายจริง ๆ ค่ะ แค่ล้างน้ำเปล่ากับน้ำยาล้างจานก็สะอาดหมดจด ไม่ต้องกลัวเชื้อราขึ้นถ้าเก็บไม่ดี และทนความร้อนได้ดีเยี่ยม จะทาเนยบนกระทะร้อน ๆ ก็ไม่ละลาย
- ข้อเสียที่เจอ: ปัญหาหลักของแปรงซิลิโคนคือมันไม่ค่อยอุ้มของเหลวค่ะ เวลาทาเนยหรือน้ำมัน แปรงจะปาดได้ไม่ค่อยทั่วถึง ยิ่งถ้าเป็นขนมอบที่ต้องการความสม่ำเสมอในการทา เช่น ทาไข่บนหน้าพาย หรือทาเนยบนครัวซองต์ แปรงซิลิโคนจะทิ้งรอยเป็นทาง ๆ ทำให้ดูไม่สวยงามเท่าที่ควร อีกอย่างคือบางทีขนแปรงหลุดง่ายถ้าเจอของร้อนจัดบ่อย ๆ ก็มี
- เหมาะกับงานแบบไหน: แปรงซิลิโคนจะเหมาะกับงานที่ต้องการความสะอาดสูง ทาของเหลวที่ไม่หนืดมากนัก และไม่เน้นความสม่ำเสมอเป๊ะ ๆ เช่น ทาน้ำมันบนตะแกรงย่าง หรือทาเนยบนพิมพ์เค้กก่อนโรยแป้ง
แปรงขนสัตว์ธรรมชาติ: คลาสสิก แต่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
พอเริ่มไม่ถูกใจแปรงซิลิโคน เราก็หันมาลองแปรงขนสัตว์ดูค่ะ แบบที่ทำจากขนหมูหรือขนแพะนี่แหละ
- ข้อดีที่สัมผัสได้: แปรงขนสัตว์อุ้มของเหลวได้ดีมากค่ะ ทาเนย ทาน้ำมัน หรือไข่บนขนมได้เนียนกริบ สม่ำเสมอทั่วถึง ทำให้ขนมดูสวยงามน่ากินกว่าเยอะเลย โดยเฉพาะเวลาทาไข่บนขนมปังหรือพายจะได้สีทองสวยงาม
- ข้อเสียที่ต้องรับมือ: ปัญหาหลักคือเรื่องการทำความสะอาดและสุขอนามัยค่ะ ถ้าล้างไม่ดี หรือตากไม่แห้ง ขนแปรงจะจับตัวเป็นก้อน มีกลิ่นเหม็นอับได้ง่าย และอาจขึ้นราได้ เราเคยเจอขนแปรงร่วงปนไปกับอาหารด้วย ส่วนความทนทานต่อความร้อนก็จำกัดกว่าซิลิโคน ถ้าไปโดนความร้อนจัด ๆ บ่อย ๆ ขนแปรงจะแข็งและเสียรูป
- เหมาะกับงานแบบไหน: เหมาะกับงานเบเกอรี่ที่ต้องการความละเอียดอ่อน การทาของเหลวให้สม่ำเสมอ เช่น ทาหน้าขนมปัง ทาพาย หรือทาเนยบนครัวซองต์
แปรงไนลอน: ตัวกลางที่อาจจะใช้ได้
หลังจากลองทั้งสองแบบมาพักใหญ่ เราก็เลยลองแปรงไนลอนดูค่ะ เป็นเหมือนทางสายกลาง
- ข้อดีที่พอใช้ได้: แปรงไนลอนจะอยู่ตรงกลางระหว่างซิลิโคนกับขนสัตว์ คืออุ้มของเหลวได้ดีกว่าซิลิโคนเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าขนสัตว์ ทำความสะอาดง่ายกว่าขนสัตว์ แต่ก็ไม่ได้ง่ายเท่าซิลิโคน ทนความร้อนได้พอสมควร แต่ก็ไม่ได้เท่าซิลิโคน
- ข้อเสียที่เจอ: ขนแปรงอาจจะแข็งไปหน่อย ทำให้การทาไม่นุ่มนวลเท่าขนสัตว์ และบางทีก็ไม่ทนความร้อนเท่าที่ควรหากใช้กับกระทะที่ร้อนจัด ๆ บ่อย ๆ
- เหมาะกับงานแบบไหน: เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในครัวที่ไม่เฉพาะเจาะจงมากนัก เช่น ทาน้ำมันบนถาดอบ หรือทาซอสบาร์บีคิวบนเนื้อย่าง
สรุปทริคติดตัว เลือกแปรงยังไงให้คุ้มจริง
จากประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาเยอะ ทำให้เรามีหลักในการเลือกแปรงทาเนยที่คิดว่าคุ้มค่าและใช้งานได้ดีจริงค่ะ
- เน้นใช้งานแบบไหน: ถ้าทำเบเกอรี่ที่ต้องการความสวยงาม เน้นการทาให้สม่ำเสมอและอ่อนโยน แปรงขนสัตว์อาจจะคุ้มค่าในระยะยาว แม้จะต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนซิลิโคนเหมาะกับงานทนร้อนและเน้นทำความสะอาดง่าย ถ้าเป็นงานทั่วไปก็เลือกไนลอนได้ค่ะ
- ลงทุนกับคุณภาพ: ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน พยายามเลือกแปรงที่มีคุณภาพดีหน่อย ขนแปรงจะทนทาน ไม่ร่วงง่าย และใช้งานได้นานกว่า
- มีมากกว่าหนึ่งแบบ: แนะนำว่าถ้าเป็นไปได้ ควรมีแปรงอย่างน้อย 2 แบบค่ะ คือแปรงซิลิโคนสำหรับงานที่เน้นทนความร้อนและล้างง่าย กับแปรงขนสัตว์สำหรับงานเบเกอรี่ที่ต้องการความละเอียดอ่อน แบบนี้จะตอบโจทย์การใช้งานได้ครบถ้วนกว่า
การเลือกแปรงทาเนยอาจจะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าถ้าเลือกถูกประเภท มันจะช่วยให้งานครัวของคุณง่ายขึ้นเยอะ และได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นด้วย!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น