
จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนเริ่มหัดทำขนมใหม่ๆ ขนมออกมาไม่เคยได้ตามสูตรเลยค่ะ บางทีแป้งแข็งโป๊ก บางทีก็เหลวเป็นโจ๊ก จนท้อไปหลายรอบ ลองเปลี่ยนเตาอบก็แล้ว ลองเปลี่ยนยี่ห้อแป้งก็แล้ว ก็ยังไม่ดีขึ้น จนมาเจอจุดเปลี่ยนที่เครื่องชั่งน้ำหนักนี่แหละค่ะ
สมัยก่อนใช้เครื่องชั่งสปริงแบบเข็มๆ น่ะค่ะ คิดว่าก็คงเหมือนกันหมดแหละมั้ง ชั่งได้เหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วมันมีผลกับการทำขนมมากกว่าที่เราคิดเยอะเลยนะคะ พอเปลี่ยนมาใช้เครื่องชั่งดิจิทัลเท่านั้นแหละ ชีวิตการทำขนมก็เปลี่ยนไปเลย
ปัญหาที่เจอจริงกับเครื่องชั่งสปริง
เครื่องชั่งสปริงมีจุดอ่อนที่ซ่อนอยู่หลายอย่างเลยค่ะ อย่างแรกคือ "ความคลาดเคลื่อน" ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือเวลาชั่งวัตถุดิบปริมาณน้อยๆ อย่างยีสต์ 5 กรัม หรือผงฟู 2-3 กรัม เข็มมันแทบไม่กระดิกเลยค่ะ หรือถ้ากระดิกก็ไม่รู้ว่าอ่านค่าถูกต้องแค่ไหน
- ปัญหาค่าที่อ่านไม่ชัดเจน: บนหน้าปัดเครื่องชั่งสปริงจะมีขีดบอกน้ำหนักที่ห่างกัน บางที 20 กรัมมีแค่ 2 ขีดเล็กๆ ทำให้เราต้องกะเอาเองว่าตรงกลางคือ 10 กรัมรึเปล่า ซึ่งความคลาดเคลื่อนแค่ 1-2 กรัมในการทำเบเกอรี่ก็ส่งผลร้ายแรงแล้วนะคะ
- ความคลาดเคลื่อนจากกลไก: ตัวสปริงเองก็มีโอกาสเสื่อมสภาพได้ตามการใช้งาน ทำให้การชั่งแต่ละครั้งไม่แม่นยำเท่ากัน ยิ่งใช้ไปนานๆ สปริงก็อาจจะล้า ทำให้ค่าที่ได้ผิดเพี้ยนไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
ทำไมเครื่องชั่งดิจิทัลถึงเป็นคำตอบ?
พอเปลี่ยนมาใช้เครื่องชั่งดิจิทัล ปัญหาที่เคยเจอแทบจะหายไปหมดเลยค่ะ
- ความแม่นยำระดับกรัม (หรือมิลลิกรัม): เครื่องชั่งดิจิทัลส่วนใหญ่จะบอกค่าเป็นตัวเลขเป๊ะๆ บางรุ่นละเอียดถึงทศนิยม 1 ตำแหน่ง ทำให้เราชั่งวัตถุดิบได้ตามสูตรจริงๆ ไม่ต้องมานั่งกะอีกแล้ว อย่างเวลาชั่งสารที่ต้องเป๊ะมากๆ เช่น เบกกิ้งโซดา หรือสารให้ความคงตัว การได้ค่าที่ถูกต้องเป๊ะๆ สำคัญมากค่ะ
- ฟังก์ชันหักลบน้ำหนักภาชนะ (Tare Function): อันนี้คือดีงามมาก! เราสามารถวางชามเปล่าบนเครื่องชั่ง กดปุ่ม Tare น้ำหนักก็จะกลับไปเป็นศูนย์ แล้วค่อยใส่วัตถุดิบลงไปทีละอย่างได้เลย ทำให้ไม่ต้องมานั่งตวงแยกภาชนะหลายใบ สะดวกและรวดเร็วขึ้นเยอะ แถมยังลดความผิดพลาดในการบวกลบน้ำหนักเองด้วย
- อ่านง่าย ไม่ต้องเพ่ง: ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอใหญ่ชัดเจน ไม่ต้องก้มลงไปเพ่งดูเข็มให้ปวดตา ไม่ว่าจะอยู่ในมุมไหนของครัวก็มองเห็นได้ง่าย
เลือกเครื่องชั่งดิจิทัลแบบไหนดี?
สำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหาเครื่องชั่งดิจิทัล แนะนำให้เลือกซื้อรุ่นที่มีความละเอียดอย่างน้อย 1 กรัม และสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 3-5 กิโลกรัมก็เพียงพอแล้วค่ะ ถ้าเน้นทำขนมที่ต้องการความละเอียดมากๆ อย่างพวกมาการอง อาจจะมองหารุ่นที่ละเอียดถึง 0.1 กรัมก็ได้นะคะ ที่สำคัญคือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องชั่งเบเกอรี่ เพื่อให้ได้เครื่องชั่งที่เหมาะกับการใช้งานของเราจริงๆ
ทริคติดตัวสำหรับสายเบเกอรี่
- ลงทุนกับเครื่องชั่งดิจิทัลดีๆ: มองว่าเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าค่ะ เพราะช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดวัตถุดิบที่ต้องทิ้งไปเพราะทำพัง
- เช็กแบตเตอรี่เสมอ: ก่อนจะชั่งอะไรสำคัญๆ ควรเช็กแบตเตอรี่ของเครื่องชั่งดิจิทัลก่อนเสมอ ถ้าแบตอ่อน ค่าที่ได้อาจจะไม่แม่นยำ
- วางบนพื้นผิวเรียบ: ไม่ว่าจะเครื่องชั่งแบบไหน ควรวางบนพื้นผิวที่เรียบเสมอกัน เพื่อให้การชั่งน้ำหนักได้ค่าที่ถูกต้องที่สุด
จากประสบการณ์ตรง ขอบอกเลยว่าเครื่องชั่งดิจิทัลคือฮีโร่ที่แท้จริงของการทำเบเกอรี่ค่ะ อย่าให้ความคลาดเคลื่อนเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายความตั้งใจและความสุขในการทำขนมของเราเลยนะคะ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น