
ช่วงที่ผ่านมาผมลองเปลี่ยนมาใช้ถุงขยะย่อยสลายได้ในครัวอยู่พักใหญ่ เพราะอยากช่วยลดพลาสติก พอใช้จริงแล้วก็มีทั้งข้อดีข้อเสียที่เห็นชัดมากครับ โดยเฉพาะเรื่องความทนกับราคาที่ต้องแลกกัน ผมเลยอยากเอาประสบการณ์ตรงมาเล่าให้ฟัง เผื่อใครกำลังลังเลจะได้ตัดสินใจง่ายขึ้น
ความทนทานและความหนา
เรื่องความทนทานนี่เป็นจุดที่ผมเจอความต่างเยอะสุดเลยครับ ถุงขยะพลาสติกทั่วไปที่เราคุ้นเคยกัน มันจะมีความยืดหยุ่นสูง เหนียว ฉีกขาดยาก ยิ่งถ้าเป็นถุงดำหนาๆ นี่แทบไม่ต้องห่วงเลยว่าของแหลมๆ ในถุงจะทะลุออกมา
แต่พอมาใช้ถุงขยะย่อยสลายได้ ส่วนใหญ่ที่ผมเจอคือมันจะบางกว่าและยืดหยุ่นน้อยกว่าถุงพลาสติกทั่วไปอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ เคยมีครั้งนึงทิ้งก้างปลาลงไปแล้วดันตั้งถุงไม่ดี ก้างก็ทิ่มทะลุถุงออกมาเลย ต้องรีบเอาไปทิ้งแล้วเช็ดกวาดพื้นอีกรอบ ทีนี้ผมเลยต้องระวังเป็นพิเศษ เวลาทิ้งพวกของมีคม เช่น ก้านผักแข็งๆ หรือเปลือกหอย ผมจะห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์หรือทิชชูหนาๆ ก่อนเสมอ เพื่อป้องกันถุงขาด
ข้อสังเกตอีกอย่างคือ ถุงย่อยสลายได้บางยี่ห้อจะรู้สึกเหมือนมีแป้งเคลือบอยู่ข้างนอกหน่อยๆ ทำให้เวลาดึงออกมาใช้แล้วมันจะลื่นๆ ไม่ค่อยอยู่ทรงเท่าถุงพลาสติกทั่วไปครับ
กลิ่นและความซึมซับ
เรื่องกลิ่นในครัวเป็นอะไรที่สำคัญมาก โดยเฉพาะกับขยะเปียก ปกติถุงพลาสติกทั่วไปจะค่อนข้างเก็บกลิ่นได้ดีระดับนึง ถ้ามัดปากถุงสนิทก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร
แต่กับถุงขยะย่อยสลายได้ บางรุ่นที่ผมเคยใช้รู้สึกว่ามันระบายอากาศได้ดีเกินไปหน่อย ทำให้กลิ่นอาหารที่เน่าเสีย เช่น เศษผัก ผลไม้ หรือเศษอาหารที่เหลือค้าง มันจะเริ่มเล็ดลอดออกมาได้เร็วกว่าถุงพลาสติก ยิ่งถ้าทิ้งค้างคืนไว้นานๆ กลิ่นจะค่อนข้างชัดเจนเลยครับ ผมเลยต้องเปลี่ยนพฤติกรรมคือ พยายามทิ้งขยะเปียกทุกวัน หรือวันเว้นวัน ไม่ปล่อยให้ขยะค้างถังนานเกิน 2 วัน และมัดปากถุงให้แน่นสนิทที่สุดเท่าที่จะทำได้
ส่วนเรื่องความซึมซับของเหลว ถุงพลาสติกจะกันน้ำได้ดีเยี่ยมครับ ส่วนถุงย่อยสลายได้ก็กันน้ำได้ดีเช่นกันครับ แต่ก็ต้องระวังเรื่องความทนทานที่บางกว่าอย่างที่บอกไป ถ้ามีน้ำขังเยอะๆ แล้วถุงไปโดนอะไรเกี่ยวเข้า อาจจะรั่วได้ง่ายกว่า
ราคาและขนาดที่คุ้มค่า
แน่นอนว่าเรื่องราคาก็เป็นปัจจัยสำคัญ ถุงขยะพลาสติกทั่วไป ราคาถูกและหาซื้อง่ายมากครับ ตกใบละไม่กี่บาท แถมมีให้เลือกหลายขนาด หลายสี
ส่วนถุงขยะย่อยสลายได้ ราคาจะสูงกว่าถุงพลาสติกทั่วไปประมาณ 1.5 - 2 เท่าเลยครับ สมมติถ้าถุงพลาสติกทั่วไปตกใบละ 1 บาท ถุงย่อยสลายได้ก็อาจจะใบละ 1.5 - 2 บาท ซึ่งถ้ามองในระยะยาวก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นพอสมควร
เรื่องขนาดก็มีผลครับ ถุงย่อยสลายได้บางยี่ห้อจะมีขนาดที่ค่อนข้างเป๊ะ ทำให้บางทีถังขยะที่บ้านเรามันมีขนาดที่ไม่พอดีกับถุงเท่าไหร่ ต้องพยายามเลือกขนาดให้ดี หรือบางทีอาจจะต้องซื้อถุงขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยเพื่อจะได้มีพื้นที่เหลือมัดปากถุงได้สะดวก
การเลือกถุงขยะที่เหมาะสมกับครัวคุณ
จากประสบการณ์ที่ลองใช้มา ผมมองว่าการเลือกถุงขยะมันขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการทิ้งขยะในครัวแต่ละบ้านเลยครับ
- ถ้าบ้านไหนมีขยะเปียกเยอะ ทิ้งทุกวัน: ถุงย่อยสลายได้ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ เพราะขยะไม่ค้างนานจนส่งกลิ่น และเราก็ทิ้งออกไปก่อนที่ถุงจะเริ่มเสื่อมสภาพจากการย่อยสลายเอง
- ถ้าบ้านไหนทิ้งขยะไม่บ่อย หรือมีขยะแห้งเยอะ: ถุงพลาสติกทั่วไปอาจจะตอบโจทย์กว่าในเรื่องของความทนทานและราคาที่คุ้มค่ากว่า
- ถ้ากังวลเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก: ถุงย่อยสลายได้ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ถึงแม้จะต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าและความทนทานที่น้อยลงก็ตาม ซึ่งปัจจุบันมีวิธีเลือกถุงขยะย่อยสลายได้หลายแบบให้เราเลือกใช้ครับ อย่างไรก็ตาม ผมอยากแนะนำให้ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีเลือกถุงขยะย่อยสลายได้ ที่เหมาะกับประเภทขยะในครัวของเรา เพื่อให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรุปคือ ไม่มีอะไรดีที่สุด 100% ครับ มันขึ้นอยู่กับว่าเราพร้อมจะแลกอะไร เพื่อให้ได้อะไรกลับมาในครัวของเรานั่นเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น