
ใครเคยประสบปัญหาอบขนมแล้วรสชาติเพี้ยน หรือเนื้อสัมผัสไม่ได้ดั่งใจบ้างไหมคะ? เชื่อว่าหลายคนคงเคยโทษตัวเองว่าฝีมือไม่ถึง หรือสูตรไม่ดีพอ แต่จะบอกว่าบางทีอาจจะไม่ใช่ที่ตัวเรา แต่เป็นที่อุปกรณ์ตวงวัดที่เราใช้ต่างหาก!
สมัยก่อนตอนหัดทำเบเกอรี่ใหม่ๆ ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่คิดว่าแก้วตวง ช้อนตวงอะไรก็เหมือนกัน แค่ตวงได้ก็พอแล้ว แต่พอทำไปเรื่อยๆ เข้า ก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เช่น บางสูตรที่เคยทำอร่อยพอเปลี่ยนแก้วตวงแล้วรสชาติก็ไม่เหมือนเดิม หรือบางทีแป้งที่ตวงมาดูเหมือนเยอะกว่าปกติ ทำให้เนื้อขนมออกมาแข็งไปหมด
หลังจากลองผิดลองถูกมาพักใหญ่ และทำลายขนมไปหลายชิ้น ก็เลยได้เรียนรู้ว่า การเลือกแก้วตวง ช้อนตวงที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของความแม่นยำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวัสดุและดีไซน์ที่ส่งผลต่อการตวงของเราโดยตรงเลยค่ะ วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์และสิ่งที่เรียนรู้มาให้ทุกคนได้อ่านกัน
1. วัสดุที่ต่างกัน ส่งผลต่อการตวงอย่างไร?
เรื่องวัสดุนี่สำคัญมากจริงๆ ค่ะ แรกๆ ฉันเคยใช้แก้วตวงพลาสติกราคาถูกๆ พอใช้ไปนานๆ เข้า พลาสติกมันจะเริ่มขุ่น มีรอยขีดข่วน ทำให้มองเห็นขีดบอกปริมาตรไม่ชัดเจน และบางทีก็บิดเบี้ยวเสียรูปทรงไปเลย
- พลาสติก: ข้อดีคือเบา ราคาถูก แต่ข้อเสียคือไม่ทนทาน มีโอกาสเสียรูป และทำปฏิกิริยากับส่วนผสมบางชนิดได้ (เช่น อาจดูดซับกลิ่นหรือสีได้) ทำให้ทำความสะอาดได้ยาก และไม่เหมาะกับการตวงของร้อนๆ
- แก้ว: ทนทานกว่าพลาสติก มองเห็นปริมาตรชัดเจน แต่ข้อเสียคือหนักและแตกง่าย
- สแตนเลส: เป็นวัสดุที่ดีที่สุดสำหรับช้อนตวงและแก้วตวงบางประเภท เพราะทนทาน ไม่เป็นสนิม ไม่ดูดซับกลิ่นหรือสี และทำความสะอาดง่าย แต่ก็มีน้ำหนักมากกว่าและราคาสูงกว่าวัสดุอื่น แต่คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวค่ะ
2. รูปทรงของช้อนตวง: เล็กน้อยแต่สำคัญ
เคยสังเกตไหมคะว่าช้อนตวงบางอันก้นแบน บางอันก้นโค้ง? ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่ามันจะต่างกัน แต่พอใช้จริงแล้วถึงได้รู้
- ช้อนตวงก้นโค้ง: มักจะตักส่วนผสมที่เป็นของเหลวได้ดีกว่า และตักส่วนผสมแห้งที่ละเอียดอย่างแป้งหรือน้ำตาลได้ง่าย แต่ก็อาจจะปาดหน้าได้ยากกว่าถ้าไม่ได้ออกแบบมาดีๆ
- ช้อนตวงก้นแบน: เหมาะกับการตักและปาดส่วนผสมที่เป็นของแห้งให้เรียบเสมอกันได้ง่ายกว่า ทำให้ได้ปริมาตรที่แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะพวกแป้งหรือผงโกโก้ ซึ่งถ้าตักเกินไปนิดเดียวก็อาจจะทำให้ขนมแข็งหรือรสขมเกินไปได้
3. สเกลบอกปริมาตร: ต้องชัดและไม่ลบเลือน
แก้วตวงที่ดีต้องมีสเกลที่ชัดเจนและทนทานค่ะ ฉันเคยซื้อแก้วตวงที่สเกลเป็นแค่การพิมพ์สีดำธรรมดา พอใช้ไปล้างไปไม่กี่ครั้ง สีก็เริ่มจางหายไปจนมองไม่เห็นขีด สุดท้ายก็ต้องเดาเอา ซึ่งการเดาในการทำเบเกอรี่นี่คือหายนะเลยค่ะ
- สเกลแบบพิมพ์: ราคาถูก แต่ไม่ทนทาน มีโอกาสลบเลือนได้ง่าย
- สเกลแบบสลัก/นูน: ทนทานที่สุด ไม่ต้องกลัวลบเลือน แต่ราคาสูงกว่า และบางทีอาจจะมองเห็นยากกว่าถ้าแสงไม่พอ
ส่วนตัวแนะนำให้เลือกแบบสเกลที่สลักลงไปเลยจะดีที่สุด หรือถ้าเป็นแบบพิมพ์ ก็ควรเลือกแบบที่พิมพ์ด้วยเทคโนโลยีที่ทนทานต่อการล้างและใช้งานค่ะ
ทริคติดตัวสำหรับคนรักการอบ
หลังจากที่ต้องเจอประสบการณ์ทำขนมพังมาเยอะ ก็เลยสรุปทริคที่ใช้ได้จริงมาฝากค่ะ
- ลงทุนกับอุปกรณ์ตวงวัดดีๆ ไปเลยครั้งเดียว เพราะมันคุ้มค่าในระยะยาวแน่นอน ถ้าอยากดูแนวทางเพิ่มเติม ลองดู คู่มือจาก KitzYou ที่ช่วยให้เลือกของได้ถูกใจมากขึ้น
- เวลาตวงส่วนผสมแห้ง เช่น แป้ง ให้ตักแป้งใส่ลงไปในถ้วยตวงหรือช้อนตวงให้พูนๆ แล้วใช้สันมีดหรือไม้พายปาดให้เรียบเสมอขอบ เพื่อให้ได้ปริมาตรที่แม่นยำที่สุด
- สำหรับของเหลว ให้วางแก้วตวงบนพื้นผิวเรียบ แล้วก้มลงไปมองขีดบอกปริมาตรให้อยู่ในระดับสายตา เพื่อป้องกันการคลาดเคลื่อนจากมุมมอง
- ล้างอุปกรณ์ตวงวัดทันทีหลังใช้งาน เพื่อป้องกันคราบสกปรกฝังแน่น และยืดอายุการใช้งานค่ะ
หวังว่าประสบการณ์และทริคเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่รักการทำเบเกอรี่นะคะ อย่าให้เรื่องเล็กๆ อย่างอุปกรณ์ตวงวัดมาทำให้ความสุขในการทำขนมของเราลดลงเลยค่ะ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น